
Probiotics and โรคหูชั้นกลางอักเสบเฉียบพลัน
กันยายน 21, 2023
Probiotics and ต่อมลูกหมาก
กันยายน 21, 2023ชาวออฟฟิศซินโดรมต้องทานโพรไบโอติก

ออฟฟิศซินโดรม (office syndrome)
โรคยอดฮิตของคนวัยทำงาน เป็นโรคที่ไม่จำกัดวัยและเพศ เป็นโรคที่มีต้นตอสาเหตุจากการที่อยู่กับอริยบทนั้นนาน ๆ โดยเฉพาะการนั่งทำงานท่าเดิมเป็นหลายชม. และหลังที่ต้องงอลงเพื่อจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์ โดยไม่มีการปรับเปลี่ยนอิริยาบถอื่น ไม่มีการผ่อนคลาย ส่งผลให้กล้ามเนื้อส่วนนั้น ๆ มีการเกร็งตัวในระยะเวลานาน ไม่นับรวมสภาวะเครียดจากการทำงาน หลาย ๆ คนมักมองข้ามอาการดังกล่าวไป เพราะคิดว่าเดี๋ยวจะหายดีขึ้นเอง
กลุ่มเสี่ยงกับอาการออฟฟิศซินโดรม
จากเดิมออฟฟิศซินโดรมมักจะเกิดขึ้นในคนทำงานที่อยู่ในวัย 30-40 ปี แต่ปัจจุบันการทำงานหน้าคอมพิวเตอร์ไม่ใช่จำกัดแค่พนักงานออฟฟิศหรือคนทำงานทั่วไป คนรุ่นใหม่ต่างต้องใช้คอมพิวเตอร์ในการศึกษาตั้งแต่อายุยังน้อย ทำให้ออฟฟิศซินโดรมเกิดขึ้นได้ตั้งแต่ในวัย 20 ปีหรือน้อยกว่านั้น รวมถึงผู้สูงอายุที่ปัจจุบันหันมาใช้เทคโนโลยีต่างๆ มากขึ้นเช่นกัน ทำให้กลุ่มเสี่ยงของโรคออฟฟิศซินโดรมจึงไม่ได้จำกัดแค่วัยทำงานอีกต่อไป
อาการของโรคออฟฟิศซินโดรม
อาการของโรคนี้ จะมีอาการปวด ตึง กล้ามเนื้อต้น คอ บ่า ไหล่ หลัง แขน ขา หรือบริเวณศีรษะ อาจมีอาการปวดร้าวไปบริเวณใกล้เคียงร่วมด้วย หรือปวดร้าวลงขาได้ ปวดร้าวขึ้นศีรษะ ตาพร่ามัว หูอื้อ ปวดกระบอกตา นอนไม่หลับ หรือหลับไม่สนิท มีอาการนิ้วล็อค อาการที่เกิดจากเส้นประสาทถูกกดทับ เช่น อาการเหน็บชา ในบางคนอาจจะหายได้ภายในทันทีหลังเปลี่ยนอิริยาบถ แต่หากไม่ได้เปลี่ยนอิริยาบถ หรือไม่ได้รับการพักผ่อนอาการของโรคจะหนักและรุนแรงเพิ่มมากขึ้นจนอันตรายได้
อาการออฟฟิศซินโดรมแบ่งเป็นกี่ระดับ รุนแรงขนาดไหนที่ควรพบแพทย์
- ระดับ 1 อาการบาดเจ็บเริ่มต้น โดยทั่วไปออฟฟิศซินโดรมจะเริ่มต้นจากอาการเมื่อยที่เมื่อเรา พักผ่อน นวด ยืดเหยียดในบริเวณดังกล่าว หรือเปลี่ยนอิริยาบถบ่อยๆก็จะหายหรือทุเลาลงได้
- ระดับ 2 เริ่มมีอาการปวดระบมเป็นบางช่วงเวลา ทุกครั้งที่อาการปวดเมื่อยเริ่มเป็นซ้ำๆ ระหว่างทำงาน นี่คือสัญญาณเตือนภัยว่าออฟฟิศซินโดรมกำลังเป็นอันตราย ในระยะนี้ควรพบแพทย์เพื่อปรึกษาและรักษาอาการบาดเจ็บแต่เนิ่น ๆ เพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดการอักเสบของกล้ามเนื้อ
- ระดับ 3 มีอาการปวดร้าวและอาการรุนแรงเพิ่มมากขึ้นตามระยะเสบา เมื่ออาการเจ็บปวดบริเวณต่างๆ ของร่างกายเพิ่มมากขึ้น แม้ตอนที่ไม่ได้ทำงานก็ยังเจ็บ และแม้จะลองพัก ลองยืดเหยียดอย่างไรก็ไม่หาย ลามไปถึงกระทบกระเทือนต่อการใช้ชีวิตในประจำวัน นี่คือระดับอาการที่ควรพบแพทย์โดยด่วน เพราะอาจเกิดการอักเสบของกล้ามเนื้อแล้ว
การป้องกันการเกิดออฟฟิศซินโดรม
การป้องกันอาการเจ็บปวดจากการทำงานที่ได้ผลดีและทำได้ด้วยตัวเองก็คือ
- การออกกำลังกายให้กล้ามเนื้อแข็งแรง เน้นการออกกำลังกายที่ได้เคลื่อนไหวร่างกายทุกส่วน โดยเฉพาะบริเวณกล้ามเนื้อและเอ็นกล้ามเนื้อที่มักเจ็บปวดได้ง่าย
- การยืดเหยียดกล้ามเนื้อ เพื่อคลายกล้ามเนื้อที่ถูกใช้งานระหว่างทำงาน
- ระหว่างนั่งทำงานให้หยุดพักทุกหนึ่งชั่วโมง ด้วยการลุกเดิน เปลี่ยนท่าทาง เพื่อให้ร่างกายได้พักไปในตัว
- กายบริหารเบาๆ ด้วยอุปกรณ์ใกล้ตัว เช่นขวดน้ำบนโต๊ะทำงาน ลูกบอลบีบบริหารมือ เป็นต้น
- การป้องกันด้วยอุปกรณ์พยุงต่างๆ ไม่ควรซื้อมาลองใช้เอง ควรปรึกษาแพทย์
เพราะความรู้ ความเข้าใจ การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและอิริยาบถ เป็นยาที่ดีที่สุด การผ่าตัดใดๆ ก็ไม่สามารถช่วยให้หายได้หากผู้ป่วยยังคงมีพฤติกรรมการทำงานในรูปแบบเดิม มาปรับอิริยาบถในการทำงานให้ถูกต้อง ออกกำลังกายเพื่อยืดกล้ามเนื้อและเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้ออย่างสม่ำเสมอ นอกจากนี้ต้องจัดการเวลาเพื่อทำงานและพักผ่อนให้เหมาะสมเพื่อที่ร่างกายจะยังคงอยู่ทำงานกับเราไปได้อีกนานๆ
อาหารเสริมสำหรับชาวออฟฟิศซินโดรม

- วิตามินรวม (Multivitamins) วิตามินซี (Vitamin C) วิตามินบี (Vitamin B)
ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้รับประทานเสริมก็คือ วิตามิน วิธีนี้สามารถที่จะทำให้ร่างกายได้รับสารอาหารที่สำคัญอย่างเต็มที่ในขณะที่อาจจะได้รับไม่เพียงพอจากอาหารปกติแต่ละมื้อ และยังเป็นสารสำคัญที่ช่วยเสริมภูมิคุ้มกันให้แก่ร่างกาย - โสม (Ginseng) โสมสามารถช่วยต่อต้านความเมื่อยล้า (Antiflatigue effect) ช่วยเพิ่มพลังการทำงานของร่างกายส่งผลให้เหนื่อยช้าลง นอกจากนี้โสมยังช่วยเพิ่มความสดชื่น เพราะมีผลต่อระบบประสาทส่วนกลางสามารถกระตุ้นให้ประสาทตื่นตัว ไม่เพียงเท่านั้นโสมยังมีฤทธิ์ในการกระตุ้นฮอร์โมน ATCH จากต่อมใต้สมอง ช่วยให้เร่งกระบวนการเผาผลาญอาหารต่างๆ เพื่อปลดปล่อยพลังงานออกมาต่อต้านความเครียดได้ และลดความวิตกกังวลได้
- ลูซีน ซีแซนทีน และแอสตาแซนทีน (Lutein Zeaxanthin & Astaxanthin)
ในปัจจุบันเป็นเรื่องแทบจะเป็นไม่ได้ที่คนทำงานจะไม่ได้นั่งอยู่หน้าจอเป็นเวลานาน พฤติกรรมเช่นนี้ทำให้เกิดความเสี่ยงของปัญหาเกี่ยวกับดวงตาในคนทำงานที่เรียกว่า ‘คอมพิวเตอร์ วิชั่น ซินโดรม’ (Computer Vision Syndrome) ไม่ว่าจะเป็นอาการตาล้า ตาแห้ง ตาพร่ามัว ปวดกระบอกตาหรืออาการจอประสาทตาเสื่อม ซึ่งอาการเหล่านี้ถือเป็นสัญญาณเบื้องต้นของความผิดปกติของดวงตาที่มีโอกาสจะรุนแรงมากขึ้นในอนาคต
สารอาหารที่สามารถช่วยดูแลสุขภาพดวงตาของคนทำงานที่แพทย์ผู้เชี่ยวชาญแนะนำได้แก่ ลูทีน ซีแซนทีน และแอสตาแซนทีน ซึ่งสารอาหารทั้งสามชนิดนี้จะช่วยกรองแสงสีฟ้าจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ รวมทั้งแสง UV ลดอาการตาล้าและอาการปวดกระบอกตาจากการจ้องจอเป็นเวลานาน ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อตาให้ดีขึ้น รวมทั้งสามารถป้องกันโรคจอประสาทตาเสื่อม และต้อกระจก - โพรไบโอติก จุลินทรีย์ตัวดีที่ช่วยเกี่ยวกับหลายระบบในร่างกาย และกำลังเป็นอาหารเสริมที่ฮอตฮิตในวงการการรักสุขภาพ เพราะสามารถช่วยประโยชน์ได้ในหลายๆ ด้าน นอกจากช่วยในเรื่องเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกายเหมือนกับวิตามินต่างๆ แล้วก็สามารถช่วยดูดซึมวิตามินเหล่านั้นให้เข้าสู่ร่างกายได้ในปริมาณที่เพิ่มขึ้น อีกทั้งยังช่วยในเรื่องของการทำงานในระบบประสาทเช่นเดียวกับโสมเพราะโพรไบโอติกสามารถทำงานผ่าน Gut-brain axis ได้โดยการปรับระดับสมดุลฮอร์โมนในร่างกาย ช่วยให้ร่างกายรู้สึกผ่อนคลาย ช่วยลดความเครียด อีกทั้งนอกเหนือจากอาหารเสริมอื่นๆ ดังกล่าว หากทานโพรไบโอติกสายพันธุ์ที่มีส่วนช่วยในการลดการอักเสบได้ จะยิ่งช่วยในเรื่องของการปวดกล้ามเนื้อต่างๆ ที่กล่าวมาข้างต้นซึ่งเป็นปัญหาหลักของชาวออฟฟิศซินโดรม และช่วยลดความเสี่ยงของการอักเสบกล้ามเนื้อบริเวณต่างๆ ได้
ในปี 2022 มีงานวิจัยรองรับว่า โพรไบโอติกมีส่วนเกี่ยวข้องกับกล้ามเนื้อ และความแข็งแรงของกล้ามเนื้อต่าง ๆ โดยโพรไบโอติกและพรีไบโอติกสามารถช่วยรักษาความหนาแน่นและความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ รวมถึงช่วยลดความเสี่ยงในโรคกล้ามเนื้ออักเสบได้
ปัจจุบันมีโพรไบโอติกส์สายพันธุ์ไทยที่สามารถช่วยปรับระดับสมดุลจุลินทรีย์ในร่างกาย และมีกลไกพิเศษในการช่วยลด TNF-alpha ซึ่งเป็นสาระสำคัญที่ก่อให้เกิดการอักเสบ ทำให้ร่างกายสามารถยับยั้งการเกิดการอักเสบได้ คือ Lactobacillus paracasei MSMC39-1 โดยผ่านการวิจัยมาแล้วทั้งทางห้องปฏิบัติการ ทางสัตว์ทดลอง และในมนุษย์

ซึ่งโพรไบโอติกสายพันธุ์ไทยสามารถหารับประทานได้จากผลิตภัณฑ์ Winona Probio เป็นโพรไบโอติกส์ชนิดจุลินทรีย์มีชีวิตเจ้าแรกที่อยู่ในแคปซูลของคนไทยสูตรเฉพาะของ Winona Probio โดยศูนย์ความเป็นเลิศทางด้านวิจัยโพรไบโอติก คณะแพทยศาสตร์ มศว ได้คิดค้นและพัฒนาโพรไบโอติกส์สายพันธุ์ไทย L. paracasei MSMC39-1 และ Bifidobacterium animalis TA-1 ซึ่งเป็นสายพันธุ์ท้องถิ่นที่คัดแยกพัฒนาและทดสอบในกลุ่มประชากรไทย จึงเหมาะกับสภาวะคนไทยมากที่สุด ด้วยคุณสมบัติที่ดีมากเป็นโพรไบโอติกแบบเชื้อเป็น เป็นจุลินทรีย์ที่มีชีวิตอยู่ในรูปแบบของแคปซูลที่พร้อมเข้าไปเติบโตยึดเกาะที่ผนังของลำไส้ ช่วยในการปรับระบบองค์รวมของสุขภาพได้ทันที
ขอขอบคุณข้อมูลจาก
- งานวิจัย Prokopidis K, Giannos P, Kirwan R, et al. Impact of probiotics on muscle mass, muscle strength and lean mass: a systematic review and meta-analysis of randomized controlled trials. J Cachexia Sarcopenia Muscle. 2023;14(1):30-44. doi:10.1002/jcsm.13132
- https://kdmshospital.com/article
- https://www.nakornthon.com/article/detail/


