
Probiotics and Office syndrome
กันยายน 21, 2023
สุขภาพลำไส้สำคัญต่อดวงตาและการมองเห็น
กันยายน 21, 2023โพรไบโอติกกับต่อมลูกหมาก ?
โรคต่อมลูกหมากอักเสบ (prostatitis)
เป็นการอักเสบหรือติดเชื้อของต่อมลูกหมากซึ่งเป็นอวัยวะที่อยู่บริเวณใต้กระเพาะปัสสาวะทำหน้าที่สร้างสารที่เป็นของเหลวประมาณ 30% ของน้ำอสุจิ โรคนี้พบได้ในผู้ชายทุกกลุ่มอายุแต่จะพบบ่อยในผู้ชายอายุประมาณ 50 ปีหรือน้อยกว่า
ต่อมลูกหมากอักเสบ (Prostatitis) เป็นการอักเสบที่เกิดขึ้นบริเวณต่อมลูกหมาก ซึ่งเป็นต่อมที่อยู่ในระบบสืบพันธุ์และอยู่ใกล้กับระบบทางเดินปัสสาวะ ส่งผลให้มีอาการปวดแสบขณะปัสสาวะ ปวดอวัยวะเพศ อัณฑะ ขาหนีบ และบริเวณใกล้เคียง ภาวะนี้สามารถเกิดได้กับผู้ชายทุกวัย โดยอาจเกิดได้ทั้งจากการติดเชื้อแบคทีเรียและการบาดเจ็บ สามารถแบ่งตามอาการได้ดังนี้
- ต่อมลูกหมากอักเสบชนิดเฉียบพลัน ที่มักมีอาการรุนแรงเกิดขึ้นฉับพลัน มีสาเหตุส่วนใหญ่จากการติดเชื้อแบคทีเรียในระบบทางเดินปัสสาวะโดยผ่านจากท่อปัสสาวะเข้าสู่ต่อมลูกหมาก ในบางครั้งอาจจะมีอาการที่ไม่รุนแรงและอาจจะไม่รู้สึกตัวซึ่งทำให้ผู้ที่เป็นไม่ได้ไปรักษาก็อาจจะทำให้เชื้อนั้นยากแก่การรักษาได้
- ต่อมลูกหมากอักเสบชนิดเรื้อรัง เป็นการอักเสบที่มีอาการนานเกินกว่า 3 เดือน โดยสาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียเช่นเดียวกันแต่เป็นการติดเชื้อแบบไม่รุนแรง แต่จะมีความรู้สึกไม่ค่อยสบายอยู่ตลอดเวลา หรือมีอาการปวดเรื้อรังรำคาญจากความรู้สึกในบริเวณเชิงกรานหรือท้องน้อยส่วนล่าง ส่วนใหญ่เป็นบริเวณฐานของอวัยวะเพศและรอบทวารหนัก
- ต่อมลูกหมากอักเสบเรื้อรังโดยไม่ทราบสาเหตุ ผู้ป่วยมีอาการของต่อมอักเสบเรื้อรังแต่ตรวจไม่พบเชื้อแบคทีเรียต้นเหตุสาเหตุไม่ทราบแน่ชัดอาจเกิดจากภาวะภูมิต้านทนในร่างกายผิดปกติ หรือเกิดจากเชื้อที่ไม่ใช่กลุ่มแบคทีเรีย
- ต่อมลูกหมากอักเสบชนิดไม่มีอาการ (asymptomatic inflammatory prostatitis) เป็นการตรวจพบการอักเสบจากการตรวจชิ้นเนื้อทางพยาธิวิทยา ซึ่งได้การเจาะชิ้นเนื้อต่อมลูกหมาก การผ่าตัดรักษาต่อมลูกหมากโต หรือการผ่าตัดรักษามะเร็งต่อมลูกหมาก แต่พบเซลล์การอักเสบในชิ้นเนื้อที่ส่งตรวจ โดยผู้ป่วยไม่มีอาการของการอักเสบที่ต่อมลูกหมากมาก่อน ข้อมูลทางการศึกษา ณ ปัจจุบัน เชื่อว่าไม่มีความจำเป็นต้องให้การรักษา
อาการของโรค
- จะมีอาการไข้สูง หนาวสั่น คลื่นไส้ อาเจียน
- ปัสสาวะบ่อย ปัสสาวะขัดต้องเบ่ง ปัสสาวะไม่ออก
- ในรายที่รุนแรงอาจมีติดเชื้อในกระแสโลหิต
- บางรายอาจมีอาการปวดเอว ปวดหลัง และท้องน้อยร่วมด้วย
- ปวดตึงที่บริเวณท้องน้อย
- บางรายจะมาด้วยการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะเรื้อรัง
สาเหตุของโรค
การอักเสบของต่อมลูกหมากแต่ละชนิดอาจมีสาเหตุที่ต่างกัน โดยการอักเสบชนิดเฉียบพลันอาจเกิดจากเชื้อแบคทีเรียเล็ดลอดเข้าไปยังต่อมลูกหมากผ่านทางท่อปัสสาวะ ส่งผลให้เกิดการติดเชื้อบริเวณดังกล่าว แต่การอักเสบชนิดเรื้อรังยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด เพียงแต่คาดว่าเกิดจากการกลับมาติดเชื้อซ้ำเนื่องจากปัจจัยบางอย่าง
ได้แก่
- มีอายุระหว่าง 30 – 50 ปี
- มีประวัติเคยเป็นต่อมลูกหมากอักเสบมาก่อน
- เคยเข้ารับการตรวจชิ้นเนื้อบริเวณต่อมลูกหมาก
- มีโรคประจำตัวหรือประวัติการเจ็บป่วยเกี่ยวกับทางเดินปัสสาวะอักเสบ ภาวะท่อปัสสาวะผิดรูป เข้ารับการรักษาด้วยการสวนท่อปัสสาวะ โรคลำไส้แปรปรวน ภาวะขาดน้ำ โรคทางเพศสัมพันธ์ มีเชื้อ HIV หรือเป็นโรคเอดส์
- เคยบาดเจ็บบริเวณท้องน้อยที่อาจเกิดจากอุบัติเหตุ การทำกิจกรรมอย่างการปั่นจักรยานหรือขี่ม้า
- ถูกทารุณทางเพศ
- มีเพศสัมพันธ์ทางทวารหนัก
ในกรณีที่ผู้ป่วยมีอาการเข้าได้กับโรคต่อมลูกหมากอักเสบนั้น แพทย์อาจพิจารณาใช้การตรวจต่างๆเหล่านี้
- การตรวจต่อมลูกหมากทางทวารหนัก (digital rectal examination หรือ DRE) โดยแพทย์จะใช้นิ้วสอดเข้าทางทวารหนักและกดลงบนต่อมลูกหมาก หากมีอาการเจ็บ อาจช่วยวินิจฉัยว่ามีการอักเสบเกิดขึ้น
- การตรวจปัสสาวะและเพาะเชื้อจากปัสสาวะ เพื่อยืนยันการอักเสบติดเชื้อ
- การนวดต่อมลูกหมากเพื่อให้สารคัดหลั่งในต่อมลูกหมากออกมาอยู่ในท่อปัสสาวะ แล้วให้ผู้ป่วยปัสสาวะเพื่อส่งตรวจ เป็นหนึ่งในวิธีการตรวจ Meares-Stamey test อาจมีความจำเป็น เพื่อใช้แยก ต่อมลูกหมากอักเสบติดเชื้อเรื้อรัง (chronic bacterial prostatitis) จาก ต่อมลูกหมากอักเสบเรื้อรัง (chronic prostatitis / chronic pelvic pain syndrome) โดยเป็นการทดสอบว่ามีการอักเสบเกิดในต่อมลูกหมากที่พิสูจน์ได้หรือไม่ การอักเสบนั้นเกี่ยวข้องกับการติดเชื้อแบคทีเรียหรือไม่ ถึงแม้จะเป็นวิธีมาตรฐาน แต่ค่าความถูกต้องแม่นยำ อาจถูกรบกวนถ้าสารคัดหลั่งในต่อมลูกหมากหลังทำการนวดต่อมลูกหมาก นั้นมีปริมาณไม่มากพอ แต่จะไม่พิจารณาทำ ในกรณีสงสัยต่อมลูกหมากอักเสบติดเชื้อเฉียบพลัน
- การตรวจเพาะเชื้อจากน้ำอสุจิ อาจช่วยวินิจฉัย ภาวะต่อมลูกหมากอักเสบติดเชื้อเรื้อรัง (chronic bacterial prostatitis) ได้
การรักษาต่อมลูกหมากอักเสบ
โดยทั่วไปแพทย์จะรักษาต่อมลูกหมากอักเสบตามสาเหตุและชนิดของเชื้อ ได้แก่
- การใช้ยาปฏิชีวนะ จะฆ่าเชื้อที่ทำให้เกิดการอักเสบของต่อมลูกหมาก เนื่องจากเป็นความผิดปกติที่มักเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย โดยผู้ป่วยควรใช้ตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด
- การรับประทานยารักษาตามอาการ เช่น อาการปวดอวัยวะเพศและบริเวณใกล้เคียงอาจใช้ยาแก้ปวด หรือยาแก้อักเสบชนิดไม่มี สเตียรอยด์ในการบรรเทาอาการ ให้ยาคลายกล้ามเนื้อบริเวณทางเดินปัสสาวะแก้อาการปัสสาวะขัด เป็นต้น
- ตัดต่อมลูกหมาก ในรายที่รับประทานยาปฏิชีวนะอยู่นาน และยังมีอาการอยู่ อาจพิจารณาตัดต่อมลูกหมากที่เป็นต้นเหตุออก
- ปรับพฤติกรรม การพักผ่อนมากๆ อาบน้ำอุ่น ดื่มน้ำมากๆ มีเพศสัมพันธ์ที่สม่ำเสมอ และบ่อยขึ้น จะช่วยลดอาการอักเสบได้
วิธีการป้องกันต่อมลูกหมากอักเสบ
การลดความเสี่ยงของการเกิดโรคนี้ การปรับพฤติกรรมมีส่วนสำคัญเพราะการมีสุขภาพที่ดีจะช่วยป้องกันโรคนี้ได้ดีที่สุด ได้แก่
- ดูแลสุขอนามัยของร่างกายให้สะอาด โดยเฉพาะบริเวณอวัยวะเพศ
- สวมถุงยางอนามัยขณะมีเพศสัมพันธุ์เพื่อป้องกันเชื้อแบคทีเรียหรือเชื้อต่าง ๆ
- พักผ่อนให้เพียงพอ
- ดื่มน้ำในปริมาณที่เหมาะสมและหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มจำพวกแอลกอฮอล์
- ออกกำลังกายอย่างเหมาะสม
- ทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ หรือทานอาหารเสริมเพิ่มเติมเพื่อให้สุขภาพแข็งแรง เช่น โพรไบโอติกที่มีส่วนช่วยให้สุขภาพแข็งแรง และปรับสมดุลจุลินทรีย์ตัวดีในร่างกายเพื่อตัวสู้กับจุลินทรีย์ตัวร้ายที่เข้าสู่ร่างกาย
โพรไบโอติกกับโรคต่อมลูกหมาก
ในปี 2021 มีงานวิจัยในมนุษย์เรื่อง Gender medicine: the impact of probiotics on male patients กล่าวว่า “โพรไบโอติกเป็นหนึ่งในวิธีการรักษาต่อมลูกหมากอักเสบจากแบคทีเรียที่ดีที่สุด” เนื่องมากจากโพรไบโอติกเป็นจุลินทรีย์ตัวดีที่มีชีวิตในร่างกาย สามารถป้องกันแบคทีเรียตัวร้ายที่จะเข้าสู่ร่างกายได้ ทั้งนี้หากในผู้ป่วยชายโรคต่อมลูกหมากอักเสบก็สามารถช่วยปรับสมดุลจุลินทรีย์ให้สมดุลจากการติดเชื้อให้กลับมาปกติและอาการดีขึ้น อีกทั้งโพรไบโอติกยังสามารถช่วยลดการอักเสบให้มีอาการอักเสบที่คงที่หรือลดลง ส่งเสริมให้การรักษาโรคนี้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
ปัจจุบันมีโพรไบโอติกส์สายพันธุ์ไทยที่สามารถช่วยปรับระดับสมดุลจุลินทรีย์ในร่างกาย และมีกลไกพิเศษในการช่วยลด TNF-alpha ซึ่งเป็นสาระสำคัญที่ก่อให้เกิดการอักเสบ ทำให้ร่างกายสามารถยับยั้งการเกิดการอักเสบได้ คือ Lactobacillus paracasei MSMC39-1 โดยผ่านการวิจัยมาแล้วทั้งทางห้องปฏิบัติการ ทางสัตว์ทดลอง และในมนุษย์

ซึ่งโพรไบโอติกสายพันธุ์ไทยสามารถหารับประทานได้จากผลิตภัณฑ์ Winona Probio เป็นโพรไบโอติกส์ชนิดจุลินทรีย์มีชีวิตเจ้าแรกที่อยู่ในแคปซูลของคนไทยสูตรเฉพาะของ Winona Probio โดยศูนย์ความเป็นเลิศทางด้านวิจัยโพรไบโอติก คณะแพทยศาสตร์ มศว ได้คิดค้นและพัฒนาโพรไบโอติกส์สายพันธุ์ไทย L. paracasei MSMC39-1 และ Bifidobacterium animalis TA-1 ซึ่งเป็นสายพันธุ์ท้องถิ่นที่คัดแยกพัฒนาและทดสอบในกลุ่มประชากรไทย จึงเหมาะกับสภาวะคนไทยมากที่สุด ด้วยคุณสมบัติที่ดีมากเป็นโพรไบโอติกแบบเชื้อเป็น เป็นจุลินทรีย์ที่มีชีวิตอยู่ในรูปแบบของแคปซูลที่พร้อมเข้าไปเติบโตยึดเกาะที่ผนังของลำไส้ ช่วยในการปรับระบบองค์รวมของสุขภาพได้ทันที
ขอขอบคุณข้อมูลจาก
- งานวิจัย : Pacifici L, Santacroce L, Dipalma G, et al. Gender medicine: the impact of probiotics on male patients. Clin Ter. 2021;171(1):e8-e15. doi:10.7417/CT.2021.2274
- เว็บไซต์ https://www.bumrungrad.com/th/conditions/prostatitis
- เว็บไซต์ https://www.nakornthon.com/article/detail/
- เว็บไซต์ https://www.bpksamutprakan.com/care_blog/view/170


