
โพรไบโอติกสายพันธุ์ไทยลดภาวะโรคอ้วนได้จริงหรือไม่ ?
เมษายน 21, 2023
ทานโพรไบโอติกยังไงให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด
เมษายน 21, 2023
โพรไบโอติกจะอยู่รอดได้อย่างไร? เมื่อเจอความร้อนสูง
ความร้อนทำให้โพรไบโอติกตายจริงไหม? หาคำตอบและวิธีปกป้องโพรไบโอติก
กลุ่มโพรไบโอติกทนความร้อน
ในเรื่องสายพันธุ์ งานวิจัยเมื่อหลายปีที่ผ่านมากล่าวว่า โพรไบโอติกกลุ่ม Bacillus coagulans (บาซิลลัส โคแอกกูแลน) พวกนี้จะทนความร้อนได้ดีกว่ากว่าสายพันธุ์อื่นๆ แต่ทั้งนี้ปัจจุบันก็ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์และการทดสอบการทนต่อความร้อนด้วย
โพรไบโอติกที่มีคุณภาพต้องมีคุณสมบัติการทนความร้อนในอุณหภูมิ 37 องศาเซลเซียสได้ ซึ่งเป็นอุณหภูมิปกติ
ในร่างกายมนุษย์ โดยเฉพาะสายพันธุ์ไทย Lactobacillus paracasei MSMC 39-1 และ Bifidobacterium animalis TA-1 ผ่านการทดสอบในห้องวิจัยแล้วว่าสามารถทนต่อความร้อนในอุณหภูมิร่างกายได้ แต่เมื่อมีการนำโพรไบโอติกไปทำเป็นผลิตภัณฑ์ต้องผ่านกระบวนการขั้นตอนต่างๆ โดยใช้ความร้อนที่สูงกว่านี้ ทั้งนี้ยังหลายปัจจัยที่ส่งผลต่ออัตราการรอดชีวิตของโพรไบโอติก รวมถึงความชื้น, อุณหภูมิ และ pH ของสภาพแวดล้อม บางสายพันธุ์ไวต่อความร้อนมากกว่าและอาจตายได้รวดเร็วหากสัมผัสกับอุณหภูมิสูง การรักษาโพรไบโอติกจากสิ่งต่างๆ เหล่านี้ เป็นสิ่งสำคัญที่สุด เพราะตามหลักอย. ในผลิตภัณฑ์ต้องมีโพรไบโอติกปริมาณที่ 106 CFU หรือ หนึ่งล้านตัว
การรักษาโพรไบโอติกในผลิตภัณฑ์ การรักษาและดูแลโพรไบโอติกในผลิตภัณฑ์มีหลายวิธีดังนี้

- กระบวนการ Microencapsulation
ซึ่งกระบวนการนี้เป็นกระบวนการผลิตอาหารหรือผลิตยาที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย เป็นเทคโนโลยีที่สามารถช่วยห่อหุ้มสารสำคัญได้อย่างมีประสิทธิภาพขึ้นอยู่กับสารประกอบที่นำมาใช้ สารสำคัญที่ถูกเคลือบจะเรียกว่า core material หรือ internal phase สารที่นำมาเคลือบจะเรียกว่า wall material, carrier, membrane, shell หรือ coating
โดยทั่วไปแล้วเราสามารถแบ่งเทคนิคไมโครเอนแคปซูเลชันได้ 2 ประเภทคือ การเคลือบด้วยวิธีทางกายภาพ (Physical method) และการเคลือบด้วยวิธีทางเคมี(Chemical method) เทคนิคไมโครเอนแคปซูเลชันแบบต่างๆจะสามารถเตรียมไมโครแคปซูลได้ขนาดและลักษณะต่างกัน แต่ละเทคนิคเหมาะสมและสามารถเตรียมไมโครแคปซูลจากสารเคลือบและสารส าคัญบางชนิดเท่านั้น ดังนั้นการเลือกเทคนิคไมโครเอนแคปซูเลชันจึงเป็นขั้นตอนสำคัญในการกำหนดลักษณะของไมโครแคปซูล
โพรไบโอติกเช่นเดียวกันหากทำเข้าสู่การผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ ควรที่จะมีเทคโนโลยี Microencapsulation เพื่อเข้ามาช่วยปกป้องโพรไบโอติกให้อยู่รอดจากอุณหภูมิที่สูงมากในขั้นตอนการผลิต ความร้อน แสง ความชื้น และอากาศ โดยสารที่จะใช้ห่อหุ้มควรมีองค์ประกอบทางเคมีที่เป็นร่างแหที่สามารถปกคลุมได้ โดยกลไกหลักของเทคโนโลยี Microencapsulation คือการนำสารมาห่อหุ้ม เคลือบ อย่างมิดชิดด้วยขนาดเล็กระดับไมโคร
ผลิตภัณฑ์โพรไบโอติกที่ผ่านกระบวนการ Microencapsulation
นอกเหนือจากนี้ยังมีงานวิจัยกล่าวว่า โพรไบโอติกที่ถูกห่อหุ้มด้วยกระบวนการไมโครเอนแคปซูเลชัน นอกจากจะปกป้องโพรไบโอติกจากสภาพแวดล้อมต่างๆ ในขณะอยู่ในผลิตภัณฑ์ ยังสามารถป้องกันสภาวะกรดจากกระเพาะอาหารได้อีกด้วย เนื่องจากการที่เราบริโภคผลิตภัณฑ์นั้น ตัวผลิตภัณฑ์จะต้องผ่านกระเพาะเพื่อเคลื่อนไปสู่ลำไส้ที่เป็นอวัยวะเป้าหมาย คือ ลำไส้เล็ก และลำไส้ใหญ่ ซึ่งเป็นที่ที่โพรไบโอติกสามารถเกาะและทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพในเวลาต่อมา
เพราะฉะนั้นผลิตภัณฑ์ไหนที่นำโพรไบโอติกมาห่อหุ้มด้วยกระบวนการนี้ แน่นอนว่าจะสามารถรักษาโพรไบโอติกได้อย่างดีและทำให้โพรไบโอติกให้มีชีวิตรอดจนแคปซูลปลดปล่อยสู่อวัยวะเป้าหมายเพื่อทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- การจัดเก็บ
การบรรจุผลิตภัณฑ์ (Packaging) นอกจากกระบวนการผลิต Packaging ก็มีส่วนซึ่งผลิตภัณฑ์โพรไบโอติกควรต้องมีการทดสอบ shelf life ว่าหลังบรรจุผลิตภัณฑ์แล้ว shelf life เหลือเท่าไหร่ โพรไบโอติกควรมีชีวิตอยู่คงเหลืออยู่ไม่น้อยกว่า 106 CFU (หรือ 1 ล้านตัว) ต่อ 1 กรัม ตลอดอายุการเก็บรักษาของอาหารหรือผลิตภัณฑ์นั้น และควรจัดเก็บอยู่ในอุณหภูมิ 25 องศาเซลเซียส หรือตามข้อแนะนำที่ข้างบรรจุภัณฑ์ระบุไว้
โพรไบโอติกคือจุลินทรีย์มีชีวิตที่ช่วยปรับสมดุลลำไส้และเสริมภูมิคุ้มกัน แต่สภาพแวดล้อมร้อนชื้นในประเทศไทยอาจทำให้โพรไบโอติกบางชนิดตายได้ Winona Probio จึงพัฒนาสายพันธุ์โพรไบโอติกท้องถิ่น เช่น L. paracasei MSMC39-1 และ Bifidobacterium animalis TA-1 ที่ทนต่อสภาพอากาศร้อนชื้นของไทยได้ดีกว่าสายพันธุ์ต่างประเทศ ด้วยนวัตกรรมไมโครเอนแคปซูเลชัน ยังช่วยให้โพรไบโอติกอยู่รอดและทำงานเต็มประสิทธิภาพในลำไส้ เพื่อสุขภาพที่สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น
อย่างไรก็ตาม นอกจากการรับประทานโพรไบโอติกแล้ว เราควรรับประทานพรีไบโอติก (Prebiotics) ซึ่งทำหน้าที่เป็นอาหารของโพรไบโอติกควบคู่กันไปด้วย พรีไบโอติกเป็นใยอาหารที่พบมากในผักและผลไม้ เช่น โอลิโกแซคคาไรด์ ข้าวสาลี อาร์ติโชค บร็อคโคลี่ ช่วยในการทำงานของโพรไบโอติกให้ทำงานได้มีประสิทธิภาพสูงสุด หากเรารับประทานอาหารที่มีทั้งโพรไบโอติกและพรีไบโอติกร่วมกันเป็นประจำ ก็จะช่วยให้ลำไส้เกิดความสมดุล ทำงานได้ดีขึ้น และลดปัญหาเกี่ยวกับลำไส้ได้มากขึ้นด้วย
หรือผู้บริโภคสามารถเลือกผลิตภัณฑ์โพรไบโอติกที่มีคุณภาพ ทั้งผสมไปด้วยพรีไบโอติกซึ่งเป็นอาหารหลักของโพรไบโอติก ทางเราขอแนะนำผลิตภัณฑ์ Winona Probio วิโนน่า โพรไบโอ ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์โพรไบโอติกคุณภาพสูง ผ่านกระบวนการห่อหุ้มโพรไบโอติกด้วยเทคโนโลยีไมโครเอนแคปซูเลชัน และมีกระบวนการรักษาผลิตภัณฑ์อย่างดีที่อุณหภูมิเย็น ดังนั้นจึงได้โพรไบโอติกในปริมาณที่เหมาะสมต่อร่างกาย และโพรไบโอติกสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงในร่างกาย
เป็นโพรไบโอติกจุลินทรีย์มีชีวิตเจ้าแรกที่อยู่ในแคปซูลของคนไทยสูตรเฉพาะของ Winona Probio วิโนน่า โพรไบโอ โดยศูนย์ความเป็นเลิศทางด้านวิจัยโพรไบโอติก คณะแพทยศาสตร์ มศว ได้คิดค้นและพัฒนาโพรไบโอติกส์สายพันธุ์ไทย L. paracasei MSMC39-1 และ Bifidobacterium animalis TA-1 ซึ่งเป็นสายพันธุ์ท้องถิ่นที่คัดแยกพัฒนาและทดสอบในกลุ่มประชากรไทย จึงเหมาะกับสภาวะคนไทยมากที่สุด ด้วยคุณสมบัติที่ดีมากเป็นโพรไบโอติกแบบเชื้อเป็น เป็นจุลินทรีย์ที่มีชีวิตอยู่ในรูปแบบของแคปซูลที่พร้อมเข้าไปเติบโตยึดเกาะที่ผนังของลำไส้ ช่วยในการปรับระบบองค์รวมของสุขภาพได้ทันที สามารถสั่งซื้อได้ที่ _______
เอกสารอ้างอิง
1.Li, M., O. Rouaud, and D. Poncelet, Microencapsulation by solvent evaporation: State of the art for process engineering approaches. International Journal of Pharmaceutics, 2008. 363(1–2): p. 26-39.
2. เว็บไซต์ https://my.clevelandclinic.org/health/articles/14598-probiotics 3 กันยายน 2020
3. เว็บไซต์ https://www.health.harvard.edu/vitamins-and-supplements/health-benefits-of-taking-probiotics _13 เมษายน 2563
4. เว็บไซต์ https://www.nccih.nih.gov/health/probiotics-what-you-need-to-know. เข้าถึงออนไลน์: 21 ต.ค. 2564
5. เว็บไซต์ https://www.foodnetworksolution.com/wiki/word/0675/encapsulation





