
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการทาน โพรไบโอติก (Probiotic)
รวมคำถาม คำตอบที่คนอยากรู้เกี่ยวกับโพรไบโอติก โปรไบโอติก พรีไบโอติก และอาหารเสริมสุขภาพ
โพรไบโอติก (Probiotic) และพรีไบโอติก (Prebiotic) กำลังได้รับความนิยมอย่างมากในกลุ่มคนรักสุขภาพ เพราะมีงานวิจัยรองรับว่าช่วยเสริมสมดุลลำไส้ ปรับภูมิคุ้มกัน และลดปัญหาทางเดินอาหาร ไม่ว่าจะเป็นอาการท้องเสีย ท้องผูก หรือโรคกรดไหลย้อน นอกจากนี้ยังมีส่วนเกี่ยวข้องกับผิวพรรณ สิวอักเสบ และสุขภาพจิตใจอีกด้วย หลายคนอาจสงสัยว่าโพรไบโอติกกินตอนไหนดีที่สุด เลือกยี่ห้อไหนดี หรือสายพันธุ์ไหนเหมาะสมที่สุด ในหน้านี้เราได้รวบรวม FAQ โพรไบโอติก ครบทุกประเด็นสำคัญ เพื่อช่วยให้คุณเข้าใจประโยชน์ วิธีการเลือก และวิธีทานที่ถูกต้องได้ง่ายขึ้นโพรไบโอติก (Probiotic) คือ จุลินทรีย์เชื้อดีที่อาศัยอยู่ในร่างกายเราอยู่แล้ว เทียบเท่ากับอวัยวะที่ 33 ของเรา ทำคุณประโยชน์ให้กับเราอย่าง มหาศาล
ซึ่งเมื่อรับประทานโพรไบโอติก (Probiotic) เข้าไปแล้วจะทำให้สุขภาพดีในภาวะต่างๆ โดยเป็นจุลินทรีย์ที่มีคุณสมบัติทนต่อกรดและด่าง สามารถจับที่บริเวณผิวของเยื่อบุลำไส้แล้วผลิตสารต่อต้านหรือกำจัดเชื้อจุลินทรีย์ชนิดอื่นๆ รวมถึงก่อให้เกิดประโยชน์ต่อสุขภาพแบบองค์รวมได้
โพรไบโอติกมักถูกเรียกว่า "แบคทีเรียดี" หรือ “แบคทีเรียที่เป็นประโยชน์” เพราะช่วยให้ลำไส้แข็งแรง พบได้ในอาหารหลายชนิด เช่น นมเปรี้ยว โยเกิร์ต กิมจิ มิโสะ น้ำส้มสายชู ถั่วเหลือง ผักและผลไม้บางชนิด เป็นต้น
โพรไบโอติก (Probiotics) เป็นจุลินทรีย์ขนาดเล็กที่มีชีวิต ซึ่งเมื่อรับประทานเข้าไปแล้ว จะช่วยเพิ่มจำนวนจุลินทรีย์ชนิดดีในลำไส้ ซึ่งมีประโยชน์ต่อสุขภาพหลายประการ ดังนี้
- เพิ่มจุลินทรีย์ตัวดีเเละปรับสมดุลในลำไส้ โพรไบโอติกจะช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ก่อโรคในลำไส้ ส่งผลให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- ช่วยบรรเทาอาการท้องเสีย โพรไบโอติกจะช่วยปรับสมดุลของจุลินทรีย์ในลำไส้ ซึ่งจะช่วยบรรเทาอาการท้องเสียจากการติดเชื้อ ท้องเสียจากการรับประทานยาปฏิชีวนะ และอาการท้องเสียเรื้อรัง
- ช่วยบรรเทาอาการท้องผูก เป็นอีกหนึ่งวิธีแก้ถ่ายไม่ออก โพรไบโอติกจะช่วยกระตุ้นการบีบตัวของลำไส้ใหญ่ ส่งผลให้อุจจาระเคลื่อนตัวผ่านลำไส้ได้ง่ายขึ้น
- ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน โพรไบโอติกจะช่วยกระตุ้นการทำงานของเซลล์ภูมิคุ้มกันในลำไส้ ส่งผลให้ร่างกายสามารถต่อสู้กับเชื้อโรคได้ดียิ่งขึ้น
- กระตุ้นภูมิคุ้มกันสร้าง Antibody เเละ กระตุ้น IFN ต้านเชื้อไวรัส
- ช่วยป้องกันการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ โพรไบโอติกจะช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรียในทางเดินปัสสาวะ ส่งผลให้ลดความเสี่ยงในการเกิดการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ
- ช่วยบรรเทาอาการแพ้ โพรไบโอติกจะช่วยปรับสมดุลของภูมิคุ้มกัน ส่งผลให้ลดอาการแพ้ได้
- ช่วยส่งเสริมสุขภาพของผิวหนัง โพรไบโอติกจะช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อจุลินทรีย์ก่อโรคบนผิวหนัง ส่งผลให้ลดความเสี่ยงในการเกิดสิวและโรคผิวหนังอื่นๆ
- ลดการอักเสบของลำไส้ ตับ ช่องปาก
- ลดการอักเสบของสิวเป็นๆหายๆ
- ลดไขมันและน้ำตาลในเลือด รวมทั้งลดไขมันพอกตับ
- ลดอนุมูลอิสระที่ทำให้เซลส์เสื่อมเพิ่มแอนตี้ออกซิเดนท์
โพรไบโอติก เป็นจุลินทรีย์ขนาดเล็กที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย โดยอาศัยอยู่ในระบบทางเดินอาหารของเรา ทำหน้าที่ช่วยปรับสมดุลลำไส้ ป้องกันการติดเชื้อ เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน และอื่นๆ อีกมากมาย
การเลือกโพรไบโอติก ยี่ห้อไหนดีนั้น ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการ เช่น
- สายพันธุ์ของโพรไบโอติก สายพันธุ์โปรไบโอติกที่ได้รับความนิยม ได้แก่ แลคโตบาซิลลัส (Lactobacillus) บิฟิโดแบคทีเรียม (Bifidobacterium) และแล็คโตค็อคคัส (Lactococcus) ซึ่งแต่ละสายพันธุ์ก็มีสรรพคุณที่แตกต่างกันไป
- จำนวนเชื้อโพรไบโอติก จำนวนเชื้อโพรไบโอติกที่เพียงพอควรมีมากกว่า 1 พันล้านตัวต่อแคปซูลหรือเม็ด
- รูปแบบของโพรไบโอติก โพรไบโอติกมีให้เลือกหลากหลายรูปแบบ เช่น โปรไบโอติกแคปซูล, เม็ด, เจลลี่, เครื่องดื่ม ฯลฯ ควรเลือกรูปแบบที่รับประทานง่ายและเหมาะกับไลฟ์สไตล์ของเรา
โพรไบโอติก กินตอนไหน , โปรไบโอติกกินทุกวันได้ไหม แท้จริงแล้วโพรไบโอติก (Probiotic) สามารถรับประทานได้ทุกวัน โดยควรรับประทานเป็นประจำเพื่อให้ร่างกายได้รับประโยชน์สูงสุด
ช่วงเวลาที่เหมาะสมในการรับประทานโพรไบโอติกคือ ก่อนอาหารเล็กน้อยหรือพร้อมมื้ออาหาร เพื่อให้จุลินทรีย์โพรไบโอติกถูกส่งผ่านไปยังลำไส้ในขณะย่อยอาหาร อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญกว่าเรื่องเวลาคือความบ่อยครั้งในการรับโพรไบโอติกเข้าสู่ร่างกาย ดังนั้น ควรเติมจุลินทรีย์โพรไบโอติกให้กับร่างกายในเวลาเดิมทุกๆ วัน เป็นประจำ เพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุด
โพรไบโอติก ธรรมชาติ คือจุลินทรีย์ที่มีชีวิต ซึ่งมีประโยชน์ต่อสุขภาพ สามารถพบได้ในอาหารธรรมชาติหลายชนิด เช่น
- นมเปรี้ยว เป็นแหล่งโพรไบโอติกที่พบได้ทั่วไป โดยนมเปรี้ยวส่วนใหญ่จะมีจุลินทรีย์แลคโตบาซิลลัส (Lactobacillus) ซึ่งเป็นจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ต่อระบบทางเดินอาหาร
- โยเกิร์ต คล้ายกับนมเปรี้ยว แต่เป็นนมเปรี้ยวที่มีลักษณะข้นกว่า และมักมีรสชาติหวานหรือเปรี้ยวมากกว่า
- อาหารหมักดอง เช่น ผักดอง กิมจิ จะผ่านกระบวนการหมัก ซึ่งจะช่วยเพิ่มปริมาณจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์
- อาหาร fermentated เช่น คีเฟอร์ คอมบูชา ล้วนเป็นแหล่งโพรไบโอติกที่ดีเช่นกัน โดยอาหาร fermentated เหล่านี้มักทำจากธัญพืชหรือผลไม้ ซึ่งผ่านการหมักด้วยจุลินทรีย์
Probiotic (โพรไบโอติก) คือ จุลินทรีย์มีชีวิตขนาดเล็กที่อาศัยอยู่ในลำไส้ของมนุษย์ มีประโยชน์ต่อสุขภาพหลายประการ เช่น
- ช่วยย่อยอาหาร
- เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน
- ป้องกันการติดเชื้อในระบบทางเดินอาหาร
- ลดอาการท้องเสียและท้องผูก
- ป้องกันการเกิดมะเร็งลำไส้
Prebiotic (พรีไบโอติก) คือ อาหารของโพรไบโอติก เป็นสิ่งไม่มีชีวิตที่ร่างกายไม่สามารถย่อยและดูดซึมได้ที่ลำไส้เล็ก แต่จะถูกย่อยสลายโดยจุลินทรีย์โพรไบโอติกในลำไส้ใหญ่ ซึ่งจะช่วยกระตุ้นการเจริญเติบโตและการทำงานของโพรไบโอติก อาหารที่อุดมไปด้วยพรีไบโอติก เช่น
- หัวหอม
- กระเทียม
- ถั่วเหลือง
- ถั่วแดง
- ข้าวโอ๊ต
- กล้วย
- แอปเปิ้ล
- กะหล่ำปลี
- อะโวคาโด
การรับประทานอาหารที่มีทั้งโพรไบโอติกและพรีไบโอติกควบคู่กัน จะช่วยให้ระบบทางเดินอาหารของเราทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ซึ่งจะส่งผลดีต่อสุขภาพโดยรวมของเราด้วย
โปรไบโอติก เหมาะกับทุกคนที่สนใจดูแลสุขภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหาร เช่น ท้องเสีย ท้องผูก ลำไส้แปรปรวน โรคกรดไหลย้อน โรคลำไส้อักเสบ เป็นต้น นอกจากนี้ โปรไบโอติกยังมีประโยชน์ต่อสุขภาพในด้านอื่นๆ เช่น
- เสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน
- ช่วยลดอาการภูมิแพ้
- ป้องกันการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ
- ช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานดีขึ้น
- ช่วยลดความเสี่ยงของโรคมะเร็งบางชนิด
ดังนั้น ผู้ที่เหมาะกับการรับประทานโปรไบโอติก ได้แก่
- ผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหาร
- ผู้ที่มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ
- ผู้ที่ต้องการเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน
- ผู้ที่ต้องการดูแลสุขภาพโดยรวม
โปรไบโอติก (Probiotics) เป็นจุลินทรีย์ชนิดดีที่อาศัยอยู่ในลำไส้ของมนุษย์ มีส่วนช่วยในการย่อยอาหาร ดูดซึมสารอาหาร เสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน และป้องกันการติดเชื้อ โดยประโยชน์ของโปรไบโอติกมีดังนี้
ระบบทางเดินอาหาร
- ช่วยรักษาสมดุลของจุลินทรีย์ในลำไส้
- ช่วยลดอาการท้องเสีย
- บรรเทาอาการท้องผูก
- ช่วยลดอาการอักเสบในลำไส้
- ช่วยให้ร่างกายดูดซึมสารอาหารได้ดีขึ้น
- ช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นโรคลำไส้อักเสบเรื้อรัง
- ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน
- ช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นโรคภูมิแพ้
- ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดการติดเชื้อ
สุขภาพอื่นๆ
- ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่
- ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจ
- ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคเบาหวาน
- ช่วยให้ผิวพรรณสดใส
จากการศึกษาพบว่าโปรไบโอติกมีประโยชน์ในการรักษาหรือช่วยบรรเทาความผิดปกติต่างๆ ของร่างกาย เช่น โรคลำไส้แปรปรวน กรดไหลย้อน ท้องผูก ท้องเสียจากการติดเชื้อ ท้องเสียอันเกิดจากการรับประทานยาปฏิชีวนะเป็นเวลานาน ภาวะไม่ทนต่อน้ำตาลแลคโตส โรคภูมิแพ้ เป็นต้น
โปรไบโอติกสามารถพบได้ในอาหารบางชนิด เช่น โยเกิร์ต นมเปรี้ยว นมถั่วเหลือง แตงกวาดอง กะหล่ำปลีดอง เป็นต้น นอกจากนี้ยังสามารถหาซื้อในรูปแบบผลิตภัณฑ์อาหารเสริมได้อีกด้วย
โพรไบโอติก (Probiotics) คือจุลินทรีย์ที่มีชีวิตขนาดเล็กที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย มักพบในอาหารหมัก เช่น โยเกิร์ต นมเปรี้ยว ผักดอง เป็นต้น โพรไบโอติกมีบทบาทสำคัญในการปรับสมดุลจุลินทรีย์ในร่างกาย ช่วยลดจำนวนจุลินทรีย์ไม่ดี และเสริมการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน
สำหรับผู้หญิง โพรไบโอติกมีประโยชน์ดังนี้
- ช่วยปรับสมดุลจุลินทรีย์ในช่องคลอด ช่องคลอดของผู้หญิงมีจุลินทรีย์อยู่หลายชนิด โดยจุลินทรีย์ดีจะช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ก่อโรค เช่น เชื้อรา แบคทีเรีย ยีสต์ เป็นต้น โพรไบโอติกสามารถช่วยปรับสมดุลจุลินทรีย์ในช่องคลอดให้เหมาะสม ช่วยลดโอกาสการติดเชื้อในช่องคลอด เช่น การติดเชื้อรา การติดเชื้อแบคทีเรีย การติดเชื้อยีสต์ เป็นต้น
- ช่วยย่อยฮอร์โมนเอสโตรเจนให้ดูดซึมได้ จึงเหมาะกับวัยทอง ช่องคลอดแห้ง
- ลดการติดเชื้อในวัยทอง จากแลคโตบาซิลลัสที่ลดลง
- ลดการเสื่อมสภาพของเซลล์ ชะลอวัย
- ลดอาการปวดประจำเดือน จากฤทธิ์ลดการอักเสบ
- ช่วยป้องกันการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะเป็นปัญหาสุขภาพที่พบได้บ่อยในผู้หญิง โพรไบโอติกสามารถช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อโรคในทางเดินปัสสาวะ ช่วยลดโอกาสการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ
- ช่วยบรรเทาอาการของโรคลำไส้แปรปรวน โรคลำไส้แปรปรวนเป็นภาวะที่ลำไส้ทำงานผิดปกติ ทำให้เกิดอาการท้องเสีย ท้องผูก ท้องอืด เป็นต้น โพรไบโอติกสามารถช่วยปรับสมดุลจุลินทรีย์ในลำไส้ ช่วยลดอาการของโรคลำไส้แปรปรวน
- ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน ระบบภูมิคุ้มกันเป็นส่วนสำคัญของร่างกายที่ช่วยป้องกันไม่ให้ร่างกายติดเชื้อ โพรไบโอติกสามารถช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน ช่วยให้ร่างกายต่อสู้กับเชื้อโรคได้ดีขึ้น
นอกจากนี้ โพรไบโอติกยังมีประโยชน์อื่นๆ อีกมากมาย เช่น ช่วยบรรเทาอาการท้องเสียจากการใช้ยาปฏิชีวนะ ช่วยป้องกันการติดเชื้อในช่องคลอดซ้ำซ้อน เป็นต้น
โพรไบโอติกช่วยเรื่องตกขาวได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งตกขาวที่เกิดจากการติดเชื้อราในช่องคลอด (vaginal candidiasis) ซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุที่พบบ่อยที่สุดของตกขาวผิดปกติ
โพรไบโอติกคือจุลินทรีย์มีชีวิตชนิดหนึ่งที่สามารถช่วยรักษาสมดุลของจุลินทรีย์ในร่างกาย ปกติแล้วช่องคลอดจะมีจุลินทรีย์หลายชนิดอาศัยอยู่ร่วมกันในภาวะสมดุล หากมีเชื้อราหรือแบคทีเรียเจริญเติบโตมากเกินไปก็อาจทำให้เกิดการติดเชื้อได้
โพรไบโอติกบางชนิดสามารถช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อราได้ เช่น แลคโตบาซิลลัส แอซิโดฟิลัส (Lactobacillus acidophilus) และ แลคโตบาซิลลัส รามโนซัส (Lactobacillus rhamnosus)
การศึกษาวิจัยหลายชิ้นพบว่าการรับประทานโพรไบโอติกสามารถช่วยรักษาการติดเชื้อราในช่องคลอดได้ โดยสามารถช่วยลดปริมาณของเชื้อราในช่องคลอด และบรรเทาอาการของการติดเชื้อ เช่น ตกขาว คัน แสบ และบวม
พรีไบโอติก กินตอนไหนดีที่สุดนั้น ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการ เช่น ชนิดของพรีไบโอติก ปริมาณที่รับประทาน และเป้าหมายในการรับประทาน
โดยทั่วไปแล้ว พรีไบโอติกควรรับประทานก่อนอาหารหรือระหว่างมื้ออาหาร เนื่องจากกระเพาะอาหารจะมีความเป็นกรดต่ำในช่วงนี้ ทำให้พรีไบโอติกไม่ถูกทำลายจากกรดในกระเพาะอาหารได้มากนัก
การกินพรีไบโอติกตอนท้องว่างยังช่วยให้พรีไบโอติกสามารถทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ เนื่องจากพรีไบโอติกเป็นอาหารของจุลินทรีย์โพรไบโอติกในลำไส้ หากกินพรีไบโอติกตอนท้องว่าง จะทำให้จุลินทรีย์โพรไบโอติกมีอาหารเพียงพอที่จะเจริญเติบโต และทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
สนใจสั่งซื้ออาหารเสริมโพรไบโอติกจาก Winona Probio หรือติดตาม Winona Probiotic รีวิว เพิ่มเติมได้ที่
โทร. 02-821-5501 (จันทร์ – เสาร์ 08.30-17.30 น.)
E-mail: [email protected]
https://winonaprobio.com/shop/

