คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการทาน โพรไบโอติก (Probiotic)

1โพรไบโอติก คืออะไร

โพรไบโอติก (Probiotic) คือ จุลินทรีย์เชื้อดีที่อาศัยอยู่ในร่างกายเราอยู่แล้ว เทียบเท่ากับอวัยวะที่ 33 ของเรา ทำคุณประโยชน์ให้กับเราอย่าง มหาศาล

ซึ่งเมื่อรับประทานโพรไบโอติก (Probiotic) เข้าไปแล้วจะทำให้สุขภาพดีในภาวะต่างๆ โดยเป็นจุลินทรีย์ที่มีคุณสมบัติทนต่อกรดและด่าง สามารถจับที่บริเวณผิวของเยื่อบุลำไส้แล้วผลิตสารต่อต้านหรือกำจัดเชื้อจุลินทรีย์ชนิดอื่นๆ รวมถึงก่อให้เกิดประโยชน์ต่อสุขภาพแบบองค์รวมได้

โพรไบโอติกมักถูกเรียกว่า "แบคทีเรียดี" หรือ “แบคทีเรียที่เป็นประโยชน์” เพราะช่วยให้ลำไส้แข็งแรง พบได้ในอาหารหลายชนิด เช่น นมเปรี้ยว โยเกิร์ต กิมจิ มิโสะ น้ำส้มสายชู ถั่วเหลือง ผักและผลไม้บางชนิด เป็นต้น

2โพรไบโอติก ประโยชน์

โพรไบโอติก (Probiotics) เป็นจุลินทรีย์ขนาดเล็กที่มีชีวิต ซึ่งเมื่อรับประทานเข้าไปแล้ว จะช่วยเพิ่มจำนวนจุลินทรีย์ชนิดดีในลำไส้ ซึ่งมีประโยชน์ต่อสุขภาพหลายประการ ดังนี้

  • เพิ่มจุลินทรีย์ตัวดีเเละปรับสมดุลในลำไส้ โพรไบโอติกจะช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ก่อโรคในลำไส้ ส่งผลให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • ช่วยบรรเทาอาการท้องเสีย โพรไบโอติกจะช่วยปรับสมดุลของจุลินทรีย์ในลำไส้ ซึ่งจะช่วยบรรเทาอาการท้องเสียจากการติดเชื้อ ท้องเสียจากการรับประทานยาปฏิชีวนะ และอาการท้องเสียเรื้อรัง
  • ช่วยบรรเทาอาการท้องผูก เป็นอีกหนึ่งวิธีแก้ถ่ายไม่ออก โพรไบโอติกจะช่วยกระตุ้นการบีบตัวของลำไส้ใหญ่ ส่งผลให้อุจจาระเคลื่อนตัวผ่านลำไส้ได้ง่ายขึ้น
  • ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน โพรไบโอติกจะช่วยกระตุ้นการทำงานของเซลล์ภูมิคุ้มกันในลำไส้ ส่งผลให้ร่างกายสามารถต่อสู้กับเชื้อโรคได้ดียิ่งขึ้น
  • กระตุ้นภูมิคุ้มกันสร้าง Antibody เเละ กระตุ้น IFN ต้านเชื้อไวรัส
  • ช่วยป้องกันการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ โพรไบโอติกจะช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรียในทางเดินปัสสาวะ ส่งผลให้ลดความเสี่ยงในการเกิดการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ
  • ช่วยบรรเทาอาการแพ้ โพรไบโอติกจะช่วยปรับสมดุลของภูมิคุ้มกัน ส่งผลให้ลดอาการแพ้ได้
  • ช่วยส่งเสริมสุขภาพของผิวหนัง โพรไบโอติกจะช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อจุลินทรีย์ก่อโรคบนผิวหนัง ส่งผลให้ลดความเสี่ยงในการเกิดสิวและโรคผิวหนังอื่นๆ
  • ลดการอักเสบของลำไส้ ตับ ช่องปาก
  • ลดการอักเสบของสิวเป็นๆหายๆ
  • ลดไขมันและน้ำตาลในเลือด รวมทั้งลดไขมันพอกตับ
  • ลดอนุมูลอิสระที่ทำให้เซลส์เสื่อมเพิ่มแอนตี้ออกซิเดนท์

 

3โพรไบโอติก ยี่ห้อไหนดี

โพรไบโอติก เป็นจุลินทรีย์ขนาดเล็กที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย โดยอาศัยอยู่ในระบบทางเดินอาหารของเรา ทำหน้าที่ช่วยปรับสมดุลลำไส้ ป้องกันการติดเชื้อ เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน และอื่นๆ อีกมากมาย

การเลือกโพรไบโอติก ยี่ห้อไหนดีนั้น ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการ เช่น

  • สายพันธุ์ของโพรไบโอติก สายพันธุ์โปรไบโอติกที่ได้รับความนิยม ได้แก่ แลคโตบาซิลลัส (Lactobacillus) บิฟิโดแบคทีเรียม (Bifidobacterium) และแล็คโตค็อคคัส (Lactococcus) ซึ่งแต่ละสายพันธุ์ก็มีสรรพคุณที่แตกต่างกันไป
  • จำนวนเชื้อโพรไบโอติก จำนวนเชื้อโพรไบโอติกที่เพียงพอควรมีมากกว่า 1 พันล้านตัวต่อแคปซูลหรือเม็ด
  • รูปแบบของโพรไบโอติก โพรไบโอติกมีให้เลือกหลากหลายรูปแบบ เช่น โปรไบโอติกแคปซูล, เม็ด, เจลลี่, เครื่องดื่ม ฯลฯ ควรเลือกรูปแบบที่รับประทานง่ายและเหมาะกับไลฟ์สไตล์ของเรา
4โพรไบโอติก กินตอนไหน

โพรไบโอติก กินตอนไหน , โปรไบโอติกกินทุกวันได้ไหม แท้จริงแล้วโพรไบโอติก (Probiotic) สามารถรับประทานได้ทุกวัน โดยควรรับประทานเป็นประจำเพื่อให้ร่างกายได้รับประโยชน์สูงสุด

ช่วงเวลาที่เหมาะสมในการรับประทานโพรไบโอติกคือ ก่อนอาหารเล็กน้อยหรือพร้อมมื้ออาหาร เพื่อให้จุลินทรีย์โพรไบโอติกถูกส่งผ่านไปยังลำไส้ในขณะย่อยอาหาร อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญกว่าเรื่องเวลาคือความบ่อยครั้งในการรับโพรไบโอติกเข้าสู่ร่างกาย ดังนั้น ควรเติมจุลินทรีย์โพรไบโอติกให้กับร่างกายในเวลาเดิมทุกๆ วัน เป็นประจำ เพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุด

5โพรไบโอติก ธรรมชาติ

โพรไบโอติก ธรรมชาติ คือจุลินทรีย์ที่มีชีวิต ซึ่งมีประโยชน์ต่อสุขภาพ สามารถพบได้ในอาหารธรรมชาติหลายชนิด เช่น

  • นมเปรี้ยว เป็นแหล่งโพรไบโอติกที่พบได้ทั่วไป โดยนมเปรี้ยวส่วนใหญ่จะมีจุลินทรีย์แลคโตบาซิลลัส (Lactobacillus) ซึ่งเป็นจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ต่อระบบทางเดินอาหาร
  • โยเกิร์ต คล้ายกับนมเปรี้ยว แต่เป็นนมเปรี้ยวที่มีลักษณะข้นกว่า และมักมีรสชาติหวานหรือเปรี้ยวมากกว่า
  • อาหารหมักดอง เช่น ผักดอง กิมจิ จะผ่านกระบวนการหมัก ซึ่งจะช่วยเพิ่มปริมาณจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์
  • อาหาร fermentated เช่น คีเฟอร์ คอมบูชา ล้วนเป็นแหล่งโพรไบโอติกที่ดีเช่นกัน โดยอาหาร fermentated เหล่านี้มักทำจากธัญพืชหรือผลไม้ ซึ่งผ่านการหมักด้วยจุลินทรีย์
6Probiotic Prebiotic คือ

Probiotic (โพรไบโอติก) คือ จุลินทรีย์มีชีวิตขนาดเล็กที่อาศัยอยู่ในลำไส้ของมนุษย์ มีประโยชน์ต่อสุขภาพหลายประการ เช่น

  • ช่วยย่อยอาหาร
  • เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน
  • ป้องกันการติดเชื้อในระบบทางเดินอาหาร
  • ลดอาการท้องเสียและท้องผูก
  • ป้องกันการเกิดมะเร็งลำไส้

Prebiotic (พรีไบโอติก) คือ อาหารของโพรไบโอติก เป็นสิ่งไม่มีชีวิตที่ร่างกายไม่สามารถย่อยและดูดซึมได้ที่ลำไส้เล็ก แต่จะถูกย่อยสลายโดยจุลินทรีย์โพรไบโอติกในลำไส้ใหญ่ ซึ่งจะช่วยกระตุ้นการเจริญเติบโตและการทำงานของโพรไบโอติก อาหารที่อุดมไปด้วยพรีไบโอติก เช่น

  • หัวหอม
  • กระเทียม
  • ถั่วเหลือง
  • ถั่วแดง
  • ข้าวโอ๊ต
  • กล้วย
  • แอปเปิ้ล
  • กะหล่ำปลี
  • อะโวคาโด

การรับประทานอาหารที่มีทั้งโพรไบโอติกและพรีไบโอติกควบคู่กัน จะช่วยให้ระบบทางเดินอาหารของเราทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ซึ่งจะส่งผลดีต่อสุขภาพโดยรวมของเราด้วย 

7โปรไบโอติก เหมาะกับใคร

โปรไบโอติก เหมาะกับทุกคนที่สนใจดูแลสุขภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหาร เช่น ท้องเสีย ท้องผูก ลำไส้แปรปรวน โรคกรดไหลย้อน โรคลำไส้อักเสบ เป็นต้น นอกจากนี้ โปรไบโอติกยังมีประโยชน์ต่อสุขภาพในด้านอื่นๆ เช่น

  • เสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน
  • ช่วยลดอาการภูมิแพ้
  • ป้องกันการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ
  • ช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานดีขึ้น
  • ช่วยลดความเสี่ยงของโรคมะเร็งบางชนิด

ดังนั้น ผู้ที่เหมาะกับการรับประทานโปรไบโอติก ได้แก่

  • ผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหาร
  • ผู้ที่มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ
  • ผู้ที่ต้องการเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน
  • ผู้ที่ต้องการดูแลสุขภาพโดยรวม
8โปรไบโอติกช่วยเรื่องอะไร

โปรไบโอติก (Probiotics) เป็นจุลินทรีย์ชนิดดีที่อาศัยอยู่ในลำไส้ของมนุษย์ มีส่วนช่วยในการย่อยอาหาร ดูดซึมสารอาหาร เสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน และป้องกันการติดเชื้อ โดยประโยชน์ของโปรไบโอติกมีดังนี้

ระบบทางเดินอาหาร

  • ช่วยรักษาสมดุลของจุลินทรีย์ในลำไส้
  • ช่วยลดอาการท้องเสีย
  • บรรเทาอาการท้องผูก
  • ช่วยลดอาการอักเสบในลำไส้
  • ช่วยให้ร่างกายดูดซึมสารอาหารได้ดีขึ้น
  • ช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นโรคลำไส้อักเสบเรื้อรัง

ระบบภูมิคุ้มกัน

  • ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน
  • ช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นโรคภูมิแพ้
  • ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดการติดเชื้อ

สุขภาพอื่นๆ

  • ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่
  • ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจ
  • ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคเบาหวาน
  • ช่วยให้ผิวพรรณสดใส

จากการศึกษาพบว่าโปรไบโอติกมีประโยชน์ในการรักษาหรือช่วยบรรเทาความผิดปกติต่างๆ ของร่างกาย เช่น โรคลำไส้แปรปรวน กรดไหลย้อน ท้องผูก ท้องเสียจากการติดเชื้อ ท้องเสียอันเกิดจากการรับประทานยาปฏิชีวนะเป็นเวลานาน ภาวะไม่ทนต่อน้ำตาลแลคโตส โรคภูมิแพ้ เป็นต้น

โปรไบโอติกสามารถพบได้ในอาหารบางชนิด เช่น โยเกิร์ต นมเปรี้ยว นมถั่วเหลือง แตงกวาดอง กะหล่ำปลีดอง เป็นต้น นอกจากนี้ยังสามารถหาซื้อในรูปแบบผลิตภัณฑ์อาหารเสริมได้อีกด้วย

9โพรไบโอติก ช่วยอะไร ผู้หญิง

โพรไบโอติก (Probiotics) คือจุลินทรีย์ที่มีชีวิตขนาดเล็กที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย มักพบในอาหารหมัก เช่น โยเกิร์ต นมเปรี้ยว ผักดอง เป็นต้น โพรไบโอติกมีบทบาทสำคัญในการปรับสมดุลจุลินทรีย์ในร่างกาย ช่วยลดจำนวนจุลินทรีย์ไม่ดี และเสริมการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน

สำหรับผู้หญิง โพรไบโอติกมีประโยชน์ดังนี้

  • ช่วยปรับสมดุลจุลินทรีย์ในช่องคลอด ช่องคลอดของผู้หญิงมีจุลินทรีย์อยู่หลายชนิด โดยจุลินทรีย์ดีจะช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ก่อโรค เช่น เชื้อรา แบคทีเรีย ยีสต์ เป็นต้น โพรไบโอติกสามารถช่วยปรับสมดุลจุลินทรีย์ในช่องคลอดให้เหมาะสม ช่วยลดโอกาสการติดเชื้อในช่องคลอด เช่น การติดเชื้อรา การติดเชื้อแบคทีเรีย การติดเชื้อยีสต์ เป็นต้น
  • ช่วยย่อยฮอร์โมนเอสโตรเจนให้ดูดซึมได้ จึงเหมาะกับวัยทอง ช่องคลอดแห้ง
  • ลดการติดเชื้อในวัยทอง จากแลคโตบาซิลลัสที่ลดลง
  • ลดการเสื่อมสภาพของเซลล์ ชะลอวัย
  • ลดอาการปวดประจำเดือน จากฤทธิ์ลดการอักเสบ
  • ช่วยป้องกันการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะเป็นปัญหาสุขภาพที่พบได้บ่อยในผู้หญิง โพรไบโอติกสามารถช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อโรคในทางเดินปัสสาวะ ช่วยลดโอกาสการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ
  • ช่วยบรรเทาอาการของโรคลำไส้แปรปรวน โรคลำไส้แปรปรวนเป็นภาวะที่ลำไส้ทำงานผิดปกติ ทำให้เกิดอาการท้องเสีย ท้องผูก ท้องอืด เป็นต้น โพรไบโอติกสามารถช่วยปรับสมดุลจุลินทรีย์ในลำไส้ ช่วยลดอาการของโรคลำไส้แปรปรวน
  • ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน ระบบภูมิคุ้มกันเป็นส่วนสำคัญของร่างกายที่ช่วยป้องกันไม่ให้ร่างกายติดเชื้อ โพรไบโอติกสามารถช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน ช่วยให้ร่างกายต่อสู้กับเชื้อโรคได้ดีขึ้น

นอกจากนี้ โพรไบโอติกยังมีประโยชน์อื่นๆ อีกมากมาย เช่น ช่วยบรรเทาอาการท้องเสียจากการใช้ยาปฏิชีวนะ ช่วยป้องกันการติดเชื้อในช่องคลอดซ้ำซ้อน เป็นต้น

10โพรไบโอติกช่วยเรื่องตกขาวไหม

โพรไบโอติกช่วยเรื่องตกขาวได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งตกขาวที่เกิดจากการติดเชื้อราในช่องคลอด (vaginal candidiasis) ซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุที่พบบ่อยที่สุดของตกขาวผิดปกติ

โพรไบโอติกคือจุลินทรีย์มีชีวิตชนิดหนึ่งที่สามารถช่วยรักษาสมดุลของจุลินทรีย์ในร่างกาย ปกติแล้วช่องคลอดจะมีจุลินทรีย์หลายชนิดอาศัยอยู่ร่วมกันในภาวะสมดุล หากมีเชื้อราหรือแบคทีเรียเจริญเติบโตมากเกินไปก็อาจทำให้เกิดการติดเชื้อได้

โพรไบโอติกบางชนิดสามารถช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อราได้ เช่น แลคโตบาซิลลัส แอซิโดฟิลัส (Lactobacillus acidophilus) และ แลคโตบาซิลลัส รามโนซัส (Lactobacillus rhamnosus)

การศึกษาวิจัยหลายชิ้นพบว่าการรับประทานโพรไบโอติกสามารถช่วยรักษาการติดเชื้อราในช่องคลอดได้ โดยสามารถช่วยลดปริมาณของเชื้อราในช่องคลอด และบรรเทาอาการของการติดเชื้อ เช่น ตกขาว คัน แสบ และบวม

11พรีไบโอติก กินตอนไหนดีที่สุด

พรีไบโอติก กินตอนไหนดีที่สุดนั้น ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการ เช่น ชนิดของพรีไบโอติก ปริมาณที่รับประทาน และเป้าหมายในการรับประทาน

โดยทั่วไปแล้ว พรีไบโอติกควรรับประทานก่อนอาหารหรือระหว่างมื้ออาหาร เนื่องจากกระเพาะอาหารจะมีความเป็นกรดต่ำในช่วงนี้ ทำให้พรีไบโอติกไม่ถูกทำลายจากกรดในกระเพาะอาหารได้มากนัก

การกินพรีไบโอติกตอนท้องว่างยังช่วยให้พรีไบโอติกสามารถทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ เนื่องจากพรีไบโอติกเป็นอาหารของจุลินทรีย์โพรไบโอติกในลำไส้ หากกินพรีไบโอติกตอนท้องว่าง จะทำให้จุลินทรีย์โพรไบโอติกมีอาหารเพียงพอที่จะเจริญเติบโต และทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ