
โพรไบโอติก คืออะไร ทำไมใครๆ ถึงยกให้เป็นสุดยอดอาหารเสริมจากธรรมชาติที่เห็นผลมากที่สุด
มิถุนายน 23, 2023
สิวอักเสบเกิดขึ้นได้อย่างไร พร้อมแนะนำวิธีธรรมชาติในการรักษาสิวอักเสบ
กรกฎาคม 18, 2023โพรไบโอติก (Probiotic) กับพรีไบโอติก (Prebiotic) ต่างกันอย่างไร?

ความแตกต่างระหว่างโพรไบโอติก (Probiotic) กับพรีไบโอติก (Prebiotic) สิ่งดีดีเพื่อสุขภาพลำไส้
ยุคนี้ใครๆ ต่างก็หันมาใส่ใจเรื่องสุขภาพ นอกจากการเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ และผ่านการปรุงสุกสดใหม่อยู่เสมอแล้ว หลายๆ คนก็หันมาบำรุงเสริมความแข็งแรงให้กับร่างกายด้วยผลิตภัณฑ์อาหารเสริมที่มาจากธรรมชาติ และหนึ่งในอาหารธรรมชาติที่กำลังได้รับความนิยมกันอย่างแพร่หลายในตลาดอาหารสุขภาพก็คือ โพรไบโอติก (Probiotic) และพรีไบโอติก (Prebiotic) นั่นเอง ซึ่งเป็นสิ่งที่ได้จากธรรมชาติช่วยส่งเสริมระบบทางเดินอาหารและลำไส้ หลายๆ คนอาจเกิดความสับสนว่าควรจะเลือกบริโภคตัวไหนดี และโพรไบโอติกกับพรีไบโอติกนั้นแตกต่างกันอย่างไร
แม้จะมีชื่อที่ฟังดูคล้ายคลึงกันชวนให้สับสนได้ แต่ทั้งโพรไบโอติกและพรีไบโอติกต่างก็มีความแตกต่างกัน และไม่ใช่ตัวเดียวกันอย่างแน่นอน วันนี้เรามาเรียนรู้เกี่ยวกับคู่ซี้โพรไบโอติกกับพรีไบโอติกว่ามีความแตกต่างกันอย่างไร นอกจากนี้หลายๆ คนก็อาจเริ่มเห็นและได้ยินคำว่า ซินไบโอติก (Sysbiotics) เพิ่มมาด้วย วันนี้เรามีเฉลยให้หมดความสงสัยและคลายทุกความสับสน
โพรไบโอติก (Probiotic) คืออะไร มีประโยชน์ต่อร่างกายอย่างไร?
ร่างกายของมนุษย์มีจุลินทรีย์อาศัยอยู่มากมาย ทั้งจุลินทรีย์ที่ดีสร้างคุณประโยชน์ให้กับร่างกาย และจุลินทรีย์ที่ไม่ดีที่สามารถก่อโรคได้ โพรไบโอติก คือจุลินทรีย์ทั้งหมดที่เป็นจุลินทรีย์ที่ดี เป็นมิตรต่อสุขภาพร่างกาย และต้องเป็นจุลินทรีย์ที่มีชีวิตเท่านั้นจึงจะเรียกว่าโพรไบโอติก มนุษย์ต้องพึ่งพาโพรไบโอติกเพื่อให้ร่างกายสามารถเอาชนะจุลินทรีย์ที่ไม่ดีต่างๆ ในร่างกาย โดยโพรไบโอติกจะช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ไม่ดีเหล่านั้นให้ไม่สามารถก่อโรคในร่างกายของเราได้ ทำให้ระบบทางเดินอาหารของเรามีสุขภาพที่ดีขึ้น แหล่งอาหารที่พบโพรไบโอติกคือ อาหารที่ผ่านกระบวนการหมักดองบางชนิด เช่น นมเปรี้ยว โยเกิร์ต กิมจิ แตงกวาดอง ชาหมัก หรือซุปมิโซะของญี่ปุ่น เป็นต้น
พรีไบโอติก (Prebiotic) คืออะไร สร้างประโยชน์ให้กับร่างกายได้อย่างไร?
พรีไบโอติกเป็นกากใยอาหารที่ร่างกายของมนุษย์ไม่สามารถย่อยเองได้ แต่พรีไบโอติกจะมีหน้าที่ช่วยสร้างความสมดุลให้กับสภาพแวดล้อมระบบทางเดินอาหาร ให้ลำไส้ของเรามีสภาวะที่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ที่ดีอย่างโพรไบโอติก นอกจากนี้พรีไบโอติกยังเป็นอาหารที่ดีของโพรไบโอติกที่จะช่วยส่งเสริมให้โพรไบโอติกอาศัยอยู่ในร่างกายของเราได้อย่างแข็งแรง และมีปริมาณมากพอที่จะส่งผลดีต่อสุขภาพได้ ส่วนใหญ่พรีไบโอติกจะพบในแหล่งอาหารกลุ่มคาร์โบไฮเดรตในรูปแบบของกากใยและไฟเบอร์ อาทิเช่น ธัญพืชไม่ขัดขาว อย่างข้าวโอ๊ต ข้าวบาร์เลย์ ถั่วเต็มเมล็ดเช่น ถั่วแดง ถั่วเหลือง ถั่วเขียว ถั่วดำ และผลไม้ที่มีกากใยสูงเช่น กล้วย แอปเปิ้่ล หรือเม็ดมะม่วงหิมพานต์ เป็นต้น
โพรไบโอติก (Probiotic) กับพรีไบโอติก (Prebiotic) ชื่อคล้ายกัน แต่ไม่ใช่สิ่งเดียวกัน
โพรไบโอติกและพรีไบโอติกทำงานสัมพันธ์กัน และให้คุณประโยชน์ต่อร่างกายด้วยจุดประสงค์เดียวกันคือ การสร้างสมดุลให้กับระบบทางเดินอาหารและส่งเสริมสุขภาพลำไส้ ทั้ง 2 ชนิดมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน โพรไบโอติกเป็นจุลินทรีย์ที่มีชีวิตซึ่งสามารถพบได้ในร่างกายตามธรรมชาติ แต่พรีไบโอติกนั้นเป็นกากใยอาหารที่ไม่มีชีวิตและไม่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ใดได้หากไร้ซึ่งโพรไบโอติกมาทำการย่อยเพื่อเป็นอาหารให้กับจุลินทรีย์ที่ดีในลำไส้
ในการใช้ชีวิตประจำวันของคนเราอาจไม่สามารถเข้าถึงแหล่งอาหารที่มีทั้งโพรไบโอติกและพรีไบโอติกได้อย่างครบถ้วนในทุกๆ วัน หรืออาจได้รับในจำนวนไม่มากพอที่จะสร้างประโยชน์ให้กับร่างกายได้ ดังนั้นวงการสุขภาพจึงมีการจัดทำผลิตภัณฑ์อาหารเสริมโพรไบโอติกและพรีไบโอติกขึ้น เพื่อให้เราสามารถรับประโยชน์จากจุลินทรีย์ที่ดีได้อย่างเห็นผลมากขึ้นนั่นเอง
โดยสรุปแล้วนั้นโพรไบโอติก ถือเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยสำคัญสำหรับผู้ที่ต้องการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม เพราะไม่ได้มีประโยชน์เฉพาะกับระบบย่อยอาหารเท่านั้น แต่ยังส่งผลดีต่อภูมิคุ้มกันและสมดุลของฮอร์โมนในร่างกายด้วย งานวิจัยหลายฉบับยืนยันว่าโพรไบโอติกช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดอาการลำไส้แปรปรวน ภาวะท้องผูก รวมถึงช่วยปรับสมดุลจุลินทรีย์ในลำไส้ให้แข็งแรงมากขึ้น เมื่อเลือกรับประทานผลิตภัณฑ์ที่มีโพรไบโอติกคุณภาพสูงและมีการรับรองมาตรฐาน จะช่วยให้ร่างกายได้รับประโยชน์เต็มที่ ทั้งในด้านสุขภาพทางกายและสุขภาพจิต
เหนือกว่าด้วยการผสานการทำงานของโพรไบโอติก (Probiotic) และพรีไบโอติก (Prebiotic) เข้าด้วยกัน
เราจะเห็นว่าโพรไบโอติกและพรีไบโอติกเป็นดั่งคู่กิ่งทองใบหยกที่สมควรอยู่เคียงข้างและทำงานร่วมกันในร่างกายของเรา การนำโพรไบโอติก (Probiotic) และพรีไบโอติก (Prebiotic) เข้ารวมกันเป็นผลิตภัณฑ์เดียวจะเรียกว่า ซินไบโอติก (Sysbiotics) อย่างที่เราทราบว่าแหล่งอาหารของโพรไบโอติกและพรีไบโอติกต่างก็มาจากอาหารคนละประเภท ดังนั้นการบริโภคซินไบโอติกจะช่วยให้ได้รับทั้ง 2 อย่างในคราวเดียวกัน ช่วยส่งเสริมฤทธิ์การทำงานให้จุลินทรีย์ที่ดีในร่างกายของเรามีปริมาณเพิ่มสูงขึ้น สร้างความสมดุลของลำไส้ โดยเฉพาะผู้ที่ชื่นชอบการรับประทานเนื้อสัตว์เป็นประจำ ซึ่งจะมีอาการท้องผูก ขับถ่ายไม่คล่อง การเลือกบริโภคซินไบโอติกจะช่วยให้จำนวนของโพรไบโอติกในร่างกายของเราสามารถขยับขยายจำนวน และกลับมาฟื้นฟูร่างกายได้อย่างรวดเร็วมากขึ้นนั่นเอง
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร Winona Probio ประกอบด้วยทั้งโพรไบโอติก (Probiotic) และพรีไบโอติก (Prebiotic) จึงเป็นซินไบโอติก (Sysbiotics) ที่ทรงพลานุภาพในการสร้างกองทัพจุลินทรีย์ที่ดีให้กับร่างกายของเราได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร Winona Probio มีการทดสอบคุณสมบัติ และรับรองงานวิจัยทางการแพทย์ การันตีว่ามีเชื้อที่มีชีวิตอยู่ในทุกแคปซูล 2,800 ล้านตัวต่อแคปซูล ไม่มีส่วนผสมของน้ำตาล สามารถมั่นใจได้ว่า Winona Probio จะให้โพรไบโอติกที่สร้างประโยชน์ให้กับร่างกายของคุณได้จริง จากความเข้มงวดในการเก็บรักษาและตรวจสอบการมีชีวิตของโพรไบโอติกในทุกขั้นตอนของการผลิต พร้อมเทคโนโลยีแคปซูลพิเศษที่จะช่วยให้โพรไบโอติกสามารถมีชีวิตขณะผ่านลงลึกถึงลำไส้ของคุณได้อย่างสวัสดิภาพ อันจะสามารถสร้างประโยชน์ให้กับระบบทางเดินอาหารและสุขภาพลำไส้ได้อย่างแท้จริง เลือกโพรไบโอติกให้ชัวร์ เลือก Winona Probio
สนใจสั่งซื้ออาหารเสริมโพรไบโอติกจาก Winona Probio
หรือสอบถามรายละเอียดเกี่ยวกับโพรไบโอติก (Probiotic) เพิ่มเติมได้ที่
โทร. 02-108-8533
LINE@ : https://page.line.me/khq1649x?oat__id=2226228&openQrModal=true
Facebook : https://www.facebook.com/WinonaProbio
Youtube : https://www.youtube.com/@bywinonaprobiotics2569
E-mail: [email protected]





