
Apple Cider Vinegar กับสุขภาพลำไส้ ทำไมควรเสริมโพรไบโอติกเพิ่ม
สิงหาคม 5, 2025
ภาวะกรดไหลย้อนในเด็ก การดูแลแบบองค์รวมด้วยโพรไบโอติก
สิงหาคม 5, 2025ริดสีดวงกับการตั้งครรภ์ การดูแลด้วยโพรไบโอติก

คุณแม่มือใหม่ต้องรู้! โพรไบโอติกส์ (Probiotics) วิธีรักษาริดสีดวงเดือยไก่ที่ปลอดภัยด้วยแนวทางธรรมชาติ
การตั้งครรภ์เป็นช่วงเวลาที่เหล่าคุณแม่มีความสุขกับการสัมผัสถึงเจ้าตัวเล็กในครรภ์ แต่ก็มาพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงของร่างกายอย่างหนักหน่วง ทำให้คุณแม่ตั้งครรภ์หลายคนต้องเผชิญกับปัญหาด้านสุขภาพมากมาย หนึ่งในนั้นคือปัญหาริดสีดวงอาการกำเริบ ยิ่งท้องโตมากขึ้นเท่าไหร่ ระบบขับถ่ายก็ยิ่งรวน ทำให้คุณแม่เสี่ยงต่อการเกิดริดสีดวงแบบไม่รู้ตัว
- ไขข้อสงสัย ทำไมคนท้องถึงเป็นริดสีดวงบ่อย?
คุณแม่ตั้งครรภ์มีโอกาสเป็นริดสีดวงทวารบ่อยกว่าคนปกติ จากหลายปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนระหว่างตั้งครรภ์ ซึ่งสาเหตุหลักๆ ได้แก่ - มดลูกที่ขยายโตขึ้นจนไปกดทับหลอดเลือดดำ
น้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของคุณแม่ในระหว่างตั้งครรภ์ โดยเฉพาะในไตรมาสที่ 3 ทำให้ครรภ์และมดลูกของคุณแม่ขยายใหญ่ขึ้น ส่งผลให้มีแรงกดบนเส้นเลือดดำในช่องท้องและเชิงกราน ทำให้การไหลเวียนของเลือดกลับสู่หัวใจจากบริเวณทวารหนักทำได้ยาก ส่งผลให้เลือดคั่งจนเกิดการโป่งพองของหลอดเลือด และกลายเป็นริดสีดวงในที่สุด - ร่างกายหลั่งฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนในระดับสูงขึ้น
ฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนที่เพิ่มขึ้นช่วงตั้งครรภ์ ทำให้กล้ามเนื้อเรียบของทางเดินอาหารผ่อนคลายอย่างมาก ประกอบกับระบบขับถ่ายทำงานช้าลง คุณแม่จึงมักมีอาการท้องผูกได้ง่าย และอาการท้องผูกเรื้อรังนี้เอง ทำให้คุณแม่ต้องเบ่งทุกครั้งที่ทำธุระหนัก ซึ่งจะเป็นการเพิ่มแรงดันในทวารหนัก และเป็นปัจจัยหลักที่กระตุ้นให้เกิดริดสีดวง - การไหลเวียนเลือดเพิ่มขึ้น
ปริมาณเลือดในร่างกายของคุณแม่ตั้งครรภ์จะมีมากขึ้น เพื่อใช้เป็นสารอาหารหล่อเลี้ยงถึงทารก ส่งผลให้หลอดเลือดดำขยายตัวง่ายกว่าปกติ หากเลือดในร่างกายมีการไหลเวียนที่ไม่ดี ก็จะเป็นปัจจัยกระตุ้นให้เกิดการโป่งพอง หรือเป็นริดสีดวงได้ง่ายขึ้นนั่นเอง - พฤติกรรมการใช้ชีวิตของคุณแม่
บางครั้งพฤติกรรมการใช้ชีวิตก็นำไปสู่ปัญหาท้องผูกในระหว่างตั้งครรภ์ได้ง่าย เช่น คุณแม่ดื่มน้ำน้อย ไม่รับประทานอาหารที่มีไฟเบอร์ ขาดการออกกำลังกาย ทำให้ลำไส้ที่ทำงานช้าลงอยู่แล้ว ทำงานช้ามากขึ้นไปอีก อาการท้องผูกถามหาง่ายขึ้น ซึ่งเป็นปัญหาหลักที่นำไปสู่การกระตุ้นให้เกิดริดสีดวง
“ท้องผูก” ตัวร้ายเบื้องหลังริดสีดวงอาการแย่ลง
เมื่อมีอาการท้องผูก อุจจาระจะมีลักษณะแข็ง แห้ง และเคลื่อนที่ผ่านลำไส้ได้ยาก ทำให้คุณแม่ตั้งครรภ์ต้องออกแรงเบ่งมากกว่าปกติ และการเบ่งนี่แหละ คือการสร้าง “แรงดัน” กดตรงบริเวณหลอดเลือดดำรอบทวารหนัก หากเกิดซ้ำๆ บ่อยครั้งมากขึ้นเรื่อยๆ ก็จะทำให้เส้นเลือดบริเวณดังกล่าวเกิดการโป่งพอง และกลายเป็นริดสีดวงทวารขึ้นมาได้
ภาวะท้องผูกในคุณแม่ตั้งครรภ์ ไม่เพียงแค่ทำให้การขับถ่ายยากลำบาก แต่ยังนำไปสู่อาการเลือดออกรอบรูทวาร ปวด คัน และมีก้อนยื่นออกมาจากทวารหนัก งานวิจัยชี้ชัดหญิงตั้งครรภ์ที่มีภาวะท้องผูก และมีโอกาสเกิดริดสีดวงทวารอาการรุนแรงขึ้น เพราะฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนที่สูงขึ้นจะทำให้ลำไส้เคลื่อนตัวช้าลง รวมถึงมดลูกที่โตขึ้นไปกดทับลำไส้ใหญ่ ทำให้ขับถ่ายยาก หากไม่ดูแลสุขภาพตั้งแต่เนิ่นๆ หรือเข้าใจปัญหานี้ในระหว่างตั้งครรภ์จนเกิดการปล่อยปะละเลย อาการริดสีดวงก็อาจลุกลามจนถึงขั้นต้องใช้การรักษาทางการแพทย์
ทางออกของคุณแม่ตั้งครรภ์ จากวงจรท้องผูก–ริดสีดวง
✅ เพิ่มใยอาหารในทุกมื้อ: รับประทานผัก ผลไม้ ธัญพืชเต็มเมล็ด และอาหารที่มีไฟเบอร์สูงอย่างต่อเนื่อง จัดให้มีอาหารที่เป็นแหล่งไฟเบอร์ในทุกมื้อ
✅ ดื่มน้ำอย่างน้อย 2 ลิตรต่อวัน: คุณแม่ตั้งครรภ์ควรดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกายในแต่ละวัน ซึ่งโดยทั่วไปแนะนำให้ดื่มประมาณ 2-3 ลิตร เพื่อช่วยในการสร้างน้ำคร่ำและน้ำนม รวมถึงการลำเลียงสารอาหารไปยังทารกในครรภ์ น้ำในร่างกายที่เพียงพอจะช่วยให้อุจจาระนุ่ม ถ่ายง่าย ไม่ต้องเบ่ง
✅ เคลื่อนไหวร่างกายเบาๆ ทุกวัน: แม้จะเป็นการเดินช้าๆ เพียง 15 นาที ถึงครึ่งชั่วโมง หรือนั่งเล่นโยคะอยู่กับที่ ก็เพียงพอที่จะช่วยส่งเสริมระบบไหลเวียนโลหิต ลดแรงกดที่มดลูกมีต่อหลอดเลือด และช่วยกระตุ้นระบบทางเดินอาหารได้ ซึ่งจะทำให้ลำไส้เคลื่อนไหวดีขึ้น ขับถ่ายสะดวกขึ้น และลดโอกาสการเกิดริดสีดวงได้
✅ หลีกเลี่ยงการเบ่งตอนขับถ่าย: สำหรับคุณแม่ที่มดลูกขยายตัวอยู่แล้ว เส้นเลือดดำบริเวณเชิงกรานจะถูกกดอยู่ตลอด การเบ่งขณะขับถ่ายยิ่งซ้ำเติมริดสีดวงอาการให้แย่ลง ควรฝึกถ่ายเวลาเดิมทุกวัน และหลีกเลี่ยงการนั่งห้องน้ำนานเกินไป ไม่อ่านหนังสือหรือเล่นมือถือในห้องน้ำ เพื่อป้องกันการเกิดความเครียดจากการขับถ่าย
✅ เสริมโพรไบโอติกส์: โพรไบโอติกเป็นตัวช่วยสำคัญที่สามารถปรับสมดุลลำไส้ ทำให้ระบบขับถ่ายมีประสิทธิภาพดีขึ้น ลดการเกิดท้องผูกได้ตามธรรมชาติ ป้องกันโอกาสเกิดริดสีดวงได้ตลอดระยะเวลาตั้งครรภ์
โพรไบโอติกส์ (Probiotics) เพื่อนซี้ของคุณแม่ตั้งครรภ์
คุณแม่ตั้งครรภ์ควรเสริมโพรไบโอติก เพราะจุลินทรีย์ที่ดีเหล่านี้มีบทบาทสำคัญต่อทั้งสุขภาพของแม่และพัฒนาการของลูกน้อยในครรภ์ รวมถึงช่วยลดปัญหาด้านสุขภาพที่พบได้บ่อยระหว่างตั้งครรภ์ เช่น ท้องผูก ภูมิคุ้มกันอ่อนแอ ริดสีดวงทวาร และการติดเชื้อในช่องคลอด
- โพรไบโอติกช่วยลดโอกาสการเกิดริดสีดวงทวาร
โพรไบโอติกช่วยปรับสมดุลของเชื้อแบคทีเรียในลำไส้ ทำให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้อย่างราบรื่น อุจจาระนิ่มขึ้น ขับถ่ายสะดวกและคล่องขึ้น ช่วยลดพฤติกรรมการเบ่งขณะขับถ่าย ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของการเกิดริดสีดวงทวารในคุณแม่ตั้งครรภ์ - โพรไบโอติกช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้แม่และลูก
จุลินทรีย์ที่ดีในลำไส้มีบทบาทสำคัญในการเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง เมื่อร่างกายของคุณแม่มีจุลินทรีย์ที่สมดุล จะช่วยลดโอกาสการติดเชื้อ เช่น หวัด ไข้ ท้องเสีย หรือ การติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ และยังส่งผลดีต่อระบบภูมิคุ้มกันของทารกในครรภ์ ผ่านทางรกและน้ำนมหลังคลอด - โพรไบโอติกช่วยลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อน
มีข้อมูลการศึกษาเกี่ยวกับโพรไบโอติกที่ได้รับการตีพิมพ์ในระดับนานาชาติหลายชิ้น เช่น ในวารสารวิทยาต่อมไร้ท่อขององค์กรวิจัย Frontiers ในปี 2022 พบว่า การเสริมโพรไบโอติกส์ให้ผลอย่างมีนัยสำคัญต่อการลดระดับน้ำตาลในเลือด ส่งผลให้ลดโอกาสการเกิดภาวะเบาหวานขณะตั้งครรภ์ ซึ่งเป็นปัญหาที่ส่งผลต่อสุขภาพทั้งแม่และทารก - โพรไบโอติกช่วยป้องกันการติดเชื้อในช่องคลอด
จุลินทรีย์ที่ดี เช่น โปรไบโอติกสายพันธุ์แลคโตบาซิลลัส (Lactobacillus) จะช่วยรักษาสมดุลของจุลชีพในช่องคลอด ลดการเจริญเติบโตของเชื้อราและเชื้อแบคทีเรียชนิดก่อโรค ลดการเกิดตกขาวผิดปกติ อาการคัน หรือเชื้อราในช่องคลอดได้ - โพรไบโอติกช่วยส่งเสริมพัฒนาการของลำไส้และภูมิคุ้มกันของทารก
เมื่อคุณแม่ตั้งครรภ์มีจุลินทรีย์ที่ดีอยู่ในระบบย่อยอาหาร คุณแม่จะส่งแบคทีเรียดีบางส่วนไปยังลูก ผ่านทางรกและน้ำนม ช่วยให้ทารกมีลำไส้ที่แข็งแรงตั้งแต่แรกเกิด ส่งเสริมระบบภูมิคุ้มกันที่แข็งแรง และลดโอกาสการติดเชื้อในช่วงวัยแรกเริ่มได้ดี
โพรไบโอติก (Probiotic) ตัวช่วยจากธรรมชาติที่มีประโยชน์มหาศาลสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ ไม่เพียงแค่ช่วยให้การขับถ่ายง่าย ลดอาการท้องผูก และลดโอกาสเกิดริดสีดวงทวาร แต่ยังช่วยเสริมระบบภูมิคุ้มกัน ปรับสมดุลจุลินทรีย์ในร่างกาย ลดการติดเชื้อ และเตรียมลำไส้ของลูกให้แข็งแรงได้ตั้งแต่ในครรภ์
การเสริมโพรไบโอติกเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับคุณแม่ที่กำลังประสบปัญหาท้องผูก และต้องการหลีกเลี่ยงการใช้ยาระบาย หรือยาสวน เป็นวิธีรักษาริดสีดวงเดือยไก่ที่ปลอดภัยด้วยแนวทางธรรมชาติ ไม่รบกวนระบบดูดซึมสารอาหาร ไม่ทำให้ลำไส้เคยชินเหมือนยาระบายบางชนิด ปลอดภัยต่อแม่และลูกน้อยในครรภ์ หากคุณแม่เลือกเสริมโพรไบโอติกในสายพันธุ์ที่เหมาะสม จากแบรนด์ผู้ผลิตโพรไบโอติกที่มีผลงานวิจัยรองรับและเชื่อถือได้
คุณแม่ตั้งครรภ์เลือกโพรไบโอติก ยี่ห้อไหนดี?!
ผลิตภัณฑ์โพรไบโอติก Winona Probio ทางเลือกจากธรรมชาติที่ปลอดภัย เหมาะสำหรับดูแลร่างกายในช่วงตั้งครรภ์ ด้วยการคิดค้น วิจัย และพัฒนาสายพันธุ์โพรไบโอติกส์โดยนักวิทยาศาสตร์ไทย คัดสรรโพรไบโอติกส์ที่มีความสามารถดูแลสุขภาพองค์รวมของคุณแม่ตั้งครรภ์ได้จริง กับโปรไบโอติกสายพันธุ์ Lactobacillus paracasei MSMC39-1 จุลินทรีย์ตัวดีที่ตอบโจทย์ทุกปัญหาสุขภาพของคุณแม่ตั้งครรภ์ มาพร้อมกับพรีไบโอติก (Prebiotic) กากใยอาหารที่สนับสนุนการเจริญเติบโตของโพรไบโอติก ครบจบความต้องการพื้นฐานในหนึ่งแคปซูลเดียว
โปรไบโอติกสายพันธุ์ไทยแท้ Winona Probio มีงานวิจัยรองรับ ช่วยลดอาการท้องผูก และช่วยเสริมระบบภูมิคุ้มกันโดยไม่รบกวนความสมดุลของร่างกาย Winona Probio ใช้เทคโนโลยีการเคลือบแคปซูลแบบพิเศษ ทำให้จุลินทรีย์มีชีวิตโอกาสรอดถึงลำไส้ได้มากกว่า มั่นใจได้ด้วยมาตรฐานการผลิตระดับสากล ปราศจากน้ำตาล สารกันบูด และส่วนผสมที่ไม่จำเป็น คุณแม่สามารถรับประทานได้ทุกวันอย่างปลอดภัย
การันตีโพรไบโอติกคุณภาพ จากความไว้วางใจของคุณแม่ทั่วประเทศ เลือกให้ Winona Probio เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน เพราะเห็นผลจริงในเรื่องระบบขับถ่ายที่ดีขึ้น อารมณ์ที่ผ่อนคลายขึ้น และสุขภาพลำไส้ที่สมดุล ตั้งแต่ไตรมาสแรกของการตั้งครรภ์
สุขภาพที่ดีของคุณแม่ คือจุดเริ่มต้นของลูกน้อยที่แข็งแรง Winona Probio
โพรไบโอติกส์คุณภาพสำหรับคนที่คุณรักตั้งแต่ยังอยู่ในครรภ์
สนใจสั่งซื้ออาหารเสริมโพรไบโอติกจาก Winona Probio หรือติดตาม Winona Probiotic รีวิว เพิ่มเติมได้ที่
โทร. 02-666-9446 (จันทร์ – ศุกร์ 08.30-18.30 น. เสาร์ 09.00 – 18.00 น.)
E-mail: [email protected]
https://winonaprobio.com/shop/





