
โรคไบโพล่าร์รักษาได้ด้วยการมีสุขภาพลำไส้ที่ดี
มกราคม 4, 2024
ไข้ฉี่หนู โรคนี้มากับฤดูฝน! ป้องกันด้วยโพรไบโอติก
มกราคม 4, 2024โรคโบทูลิซึมจากสารปนเปื้อนในอาหาร เสริมภูมิและป้องกันด้วยโพรไบโอติก (Probiotic)
โบทูลิซึม (Botulism)
เกิดจากการได้รับสารพิษโบทูลินัมจากเชื้อแบคทีเรียคลอสติเดียมโบทูลินัม (Clostridium Botulinum) ส่วนใหญ่มักเข้าสู่ร่างกายผ่านการรับประทานอาหารที่ปนเปื้อนเชื้อ หรือผ่านทางบาดแผลที่มีรอยเปิดบนผิวหนัง โดยสารพิษดังกล่าวจะสร้างความเสียหายแก่ระบบประสาท ส่งผลให้ผู้ป่วยมีอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรง หากไม่รีบไปพบแพทย์ก็อาจทวีความรุนแรงจนถึงขั้นเสียชีวิตได้
อาการ
เป็นกลุ่มอาการที่เกิดจากสารพิษที่รุนแรง โดยรับประทานอาหารที่ปนเปื้อนเข้าไป ลักษณะอาการที่สำคัญจะเกิดกับระบบประสาทของร่างกาย ได้แก่ หนังตาตก การมองเห็นไม่ชัด หรือเห็นเป็นสองภาพ ปากแห้ง และเจ็บคอ เป็นอาการนำ อาการเหล่านี้อาจจะตามมาด้วยอาการอ่อนแรงของกล้ามเนื้อสองข้างเท่ากัน ในผู้ป่วยที่ยังรู้สติดี อาจพบอาการอาเจียนและท้องเดินในระยะแรกของโรค มักไม่มีไข้ ยกเว้นในรายที่มีการติดเชื้อแทรกซ้อน ถ้าหากไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้อง
ประมาณ 1 ใน 3 ของผู้ป่วยจะเสียชีวิตในเวลา 3 – 7 วัน หลังจากเริ่มมีอาการ จากการหายใจล้มเหลวหรือการติดเชื้อแทรกซ้อน การรักษาด้วยการช่วยหายใจและให้สารต้านพิษโดยเฉพาะ จะช่วยลดอัตราป่วยตายในระยะที่หาย การฟื้นตัวจะค่อนข้างช้า (เป็นเดือนหรือในบางรายเป็นปี) การวินิจฉัยกระทำได้โดยตรวจพบสารพิษเฉพาะในน้ำเหลืองหรืออุจจาระของผู้ป่วยหรือการเพาะเชื้อพบ Clostridium botulinum การตรวจพบเชื้อในอาหารที่สงสัย อาจไม่ช่วยในการวินิจฉัย เนื่องจากสปอร์ของเชื้อนี้ตรวจพบได้จากสิ่งแวดล้อม เพราะฉะนั้นการตรวจพบสารพิษจึงสำคัญกว่า
โรค Botulism อาจมีอาการบ่งชี้อื่น ๆ เกิดขึ้นร่วมด้วย ดังนี้
– สายตาพร่ามัว เห็นภาพซ้อน หนังตาตก
– กลืนลำบาก พูดไม่ชัด น้ำลายไหล
– ท้องผูก ปัสสาวะไม่ออก
– หายใจลำบาก หายใจถี่
– แขนขาอ่อนแรง อ่อนเพลีย หมดแรง
– หงุดหงิดง่าย
– อัมพาต
– ผู้ป่วยเด็กอาจมีอาการเซื่องซึม คอตก หรือร้องไห้เสียงเบาคล้ายไม่มีแรง
– ผู้ป่วยโรคโบทูลิซึมที่เกิดจากอาหารอาจมีอาการท้องเสีย ปวดท้อง คลื่นไส้ และอาเจียนร่วมด้วย
สาเหตุของโรค
มักพบสาเหตุจากเนื้อปลา อาหารทะเล มักพบจากการปรุงอาหารกระป๋องที่ไม่ถูกวิธี สารพิษจะถูกทำลายด้วยความร้อน แต่การทำลายสปอร์ต้องใช้ความร้อนสูงกว่ามาก พบได้ทั่วโลก มักพบผู้ป่วยประปรายในครอบครัว การระบาดในชุมชนพบได้น้อยมาก ที่พบมักเกิดจากอาหารกระป๋องที่กระป๋องอยู่ในสภาพไม่สมบูรณ์ ดิน ลำไส้ของสัตว์
ส่วนใหญ่มักพบผู้ติดโรคนี้ในประเทศสหรัฐอเมริกา มักเกิดจากอาหารและผลไม้กระป๋องที่ทำเองในครัวเรือน พบได้บ้างจากเนื้อในประเทศญี่ปุ่น มีสาเหตุจากเนื้อปลา
แบคทีเรียคลอสติเดียมโบทูลินัมสามารถเข้าสู่ร่างกายได้หลายช่องทาง ทางการแพทย์จึงแบ่งโรคโบทูลิซึมออกเป็น 4 ชนิด ตามปัจจัยที่ทำให้เชื้อแบคทีเรียเข้าสู่ร่างกาย ดังนี้
– Foodborne Botulism เกิดจากการรับประทานอาหารที่ปนเปื้อนสารพิษโบทูลินัม ส่วนใหญ่มักพบในอาหารกระป๋องที่มีกระบวนการผลิตและจัดเก็บไม่ได้มาตรฐาน หรือบรรจุภัณฑ์เกิดความเสียหาย เช่น กระป๋องมีรอยรั่ว แตก หรือบุบ เป็นต้น
– Wound Botulism เกิดจากบาดแผลติดเชื้อแบคทีเรียคลอสติเดียมโบทูลินัมแล้วเกิดการสร้างสารพิษขึ้น ส่วนใหญ่มักเกิดจากการใช้สารเสพติดแบบฉีดเข้าทางผิวหนัง
– Intestinal Botulism เกิดจากการรับประทานอาหารหรือสิ่งที่ปนเปื้อนสปอร์ของเชื้อแบคทีเรีย จากนั้นเชื้อจะเจริญเติบโตและผลิตสารพิษขึ้นในสำไส้ มักพบในเด็กที่มีอายุไม่เกิน 1 ปี เพราะระบบภูมิคุ้มกันยังไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอ
– Iatrogenic Botulism มาใช้เพื่อรักษาโรคบางชนิดหรือใช้ในกระบวนการเสริมความงามอย่างการฉีดโบทอกซ์ แต่หากได้รับสารพิษปริมาณมากจนเกินไปก็อาจก่อให้เกิดอาการป่วยได้เช่นกัน
การวินิจฉัยโรคโบทูลิซึม
หากพบว่าตนหรือคนใกล้ชิดมีอาการของโรค Botulism ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุที่แน่ชัดและรับการรักษาอย่างเหมาะสม เพราะหากปล่อยไว้อาจทำให้อาการรุนแรงจนถึงแก่ชีวิต
โดยแพทย์สามารถวินิจฉัยโรคโบทูลิซึมด้วยวิธีต่อไปนี้
– การตรวจร่างกายเบื้องต้น เพื่อตรวจหาอาการของโรค อย่างอาการพูดไม่ชัดหรือหนังตาตก นอกจากนั้น แพทย์อาจสอบถามถึงอาหารที่ผู้ป่วยรับประทานก่อนเกิดอาการป่วย หรือการเกิดบาดแผลตามร่างกาย เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการวินิจฉัย
– การตรวจทางห้องปฏิบัติการ แพทย์อาจนำตัวอย่างเลือดหรืออุจจาระของผู้ป่วยไปตรวจหาสารพิษโบทูลินัม
ทั้งนี้ อาการกล้ามเนื้ออ่อนแรงอาจเกิดจากโรคอื่น ๆ ได้เช่นกัน เช่น โรคหลอดเลือดสมอง หรือกลุ่มอาการกีแยงบาร์เร เป็นต้น แพทย์จึงอาจแนะนำให้ผู้ป่วยเข้ารับการทดสอบด้วยวิธีอื่น ๆ เพิ่มเติม เพื่อประเมินสาเหตุและยืนยันผลการวินิจฉัยให้แน่ชัด เช่น การตรวจคลื่นไฟฟ้ากล้ามเนื้อ (Electromyography: EMG) การถ่ายภาพเพื่อดูความผิดปกติในสมอง การเจาะตรวจน้ำไขสันหลัง เป็นต้น
การรักษาโรคโบทูลิซึม
ผู้ป่วยโรคโบทูลิซึมจำเป็นต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลภายใต้การดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด ซึ่งแพทย์จะรักษาตามชนิดของโรค โดยวิธีรักษาที่อาจนำมาใช้ มีดังนี้
– ประเมินสภาวะการหายใจ ในขั้นแรกแพทย์จะประเมินสภาวะการหายใจของผู้ป่วย หากไม่สามารถหายใจด้วยตัวเองได้หรือหายใจลำบาก อาจจำเป็นต้องใส่ท่อช่วยหายใจหรือใช้เครื่องช่วยหายใจ นอกจากนั้น แพทย์จะงดให้น้ำและอาหารทางปากแก่ผู้ป่วย เพื่อป้องกันผู้ป่วยสำลักน้ำหรืออาหารลงปอด
– การใช้ยา ยาที่แพทย์มักแนะนำให้ผู้ป่วยรับประทาน ได้แก่
ยาต้านพิษ มีฤทธิ์ทำลายสารพิษที่อยู่ในเลือด และช่วยประคับประคองอาการป่วยไม่ให้รุนแรงขึ้น
ยาปฏิชีวนะ มีฤทธิ์ช่วยกำจัดเชื้อแบคทีเรีย มักใช้กับผู้ป่วยที่ติดเชื้อแบคทีเรียคลอสติเดียมโบทูลินัมทางบาดแผล
– การบำบัด เมื่ออาการป่วยเริ่มคงที่ แพทย์อาจแนะนำให้ผู้ป่วยเข้ารับการบำบัดเพื่อฟื้นฟูการทำงานด้านต่าง ๆ ของร่างกาย เช่น การกลืน การพูด การเคลื่อนไหวแขนและขา เป็นต้น
ภาวะแทรกซ้อนของโรคโบทูลิซึม
ผู้ป่วยที่รีบไปพบแพทย์ตั้งแต่อาการยังไม่รุนแรงมักมีโอกาสรอดชีวิตสูง และฟื้นฟูร่างกายได้เร็วขึ้นโดยไม่เกิดภาวะแทรกซ้อน อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงอาจไม่สามารถหายเป็นปกติได้โดยสมบูรณ์ เพราะส่วนใหญ่มักมีปัญหาทางการหายใจในระยะยาว เช่น อาการหายใจถี่ หรือรู้สึกเหนื่อยง่ายกว่าปกติ เป็นต้น
การป้องกันโรคโบทูลิซึม
โรค Botulism ป้องกันได้ด้วยการลดความเสี่ยงการได้รับเชื้อแบคทีเรียคลอสติเดียมโบทูลินัมเข้าสู่ร่างกาย โดยปฏิบัติตามคำแนะนำดังต่อไปนี้
– หากต้องการถนอมอาหารอย่างการหมักหรือดองผักผลไม้ไว้รับประทานเอง ให้ล้างมือก่อนตระเตรียมจัดการถนอมอาหารทุกชนิด และเก็บอาหารใส่ภาชนะที่สะอาด
– หากต้องการรับประทานอาหารที่ผ่านกระบวนการถนอมอาหาร เช่น อาหารกระป๋อง ของหมักดอง เป็นต้น ให้นำมาอุ่นด้วยความร้อนสูงก่อนทุกครั้ง และควรรับประทานอาหารกระป๋องให้หมดภายในครั้งเดียว
– หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารกระป๋องที่บรรจุภัณฑ์มีรอยรั่ว แตก บุบ หรือบวม อาหารภายในกระป๋องมีกลิ่นบูดเน่าหรือมีสีผิดปกติ หรือเมื่อเปิดฝาแล้วมีอากาศ น้ำ หรือฟองพุ่งออกมาจากกระป๋อง
– เก็บน้ำมันสำหรับประกอบอาหารที่มีส่วนผสมของสมุนไพรหรือเครื่องเทศชนิดใด ๆ ไว้ในตู้เย็นเสมอ
– ไม่ควรให้ทารกรับประทานน้ำผึ้งหรือน้ำเชื่อมจากข้าวโพด เพราะเสี่ยงต่อการปนเปื้อนเชื้อแบคทีเรียชนิดนี้
โพรไบโอติก (Probiotic) สามารถป้องกันความเสี่ยงในการเกิดโรคโบทูลิซึมได้ ?
ปัจจุบันเป็นที่ทราบกันดีว่า โพรไบโอติกคือจุลินทรีย์ตัวดีที่ช่วยในการปรับสมดุลจุลินทรีย์ในลำไส้ และปรับสมดุลระบบภูมิคุ้มกันให้ดีขึ้น จึงเป็นหนึ่งในข้อมูลที่นักวิจัยการแพทย์คาดการณ์ว่าจะสามารถนำมาช่วยลดอุบัติการณ์เกิดโรคชนิดนี้ขึ้นได้ โดยเฉพาะในเด็กแรกเกิดที่มีลำไส้ที่ยังไม่แข็งแรงมากนัก และรวมไปถึงวัยรุ่น วัยกลางคน วัยชราได้อีกด้วย
ตัวอย่างงานวิจัยในปี 2022 ที่ทำการวิจัยเกี่ยวกับการให้โพรไบโอติกไปยับยั้งเชื้อก่อโรค Clostridium Botulinum ซึ่งเป็นจุลินทรีย์ตัวการที่ก่อให้เกิดโรคโบทูลิซึม พบว่าโพรไบโอติกสามารถช่วยยับยั้งเชื้อก่อโรคชนิดนี้ได้อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ
และในงานวิจัย มีการทดลองใช้โพรไบโอติกเพื่อเสริมสร้างการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันของระบบทางเดินอาหารเพื่อต่อต้านเชื้อโรค พบว่า Lactobacillus paracasei และอีกหลายสายพันธุ์ที่ช่วยในต่อต้านเชื้อก่อโรคชนิดนี้ได้ และลดความเสี่ยงในการเกาะติดของเชื้อโรคชนิดนี้บนผนังของระบบทางเดินอาหาร ส่งผลให้ลดโอกาสในการเกิดอาการ หรือเกิดโรคโบทูลิซึมตามมา และอีกทั้งจะใช้ข้อมูลเหล่านี้ในการรักษาทางการแพทย์ในอนาคตอีกด้วย
ดังนั้นการที่เรามีสุขภาพลำไส้ สุขภาพระบบทางเดินอาหารที่ดี จะส่งผลให้ภูมิคุ้มกันดีขึ้นตามมา ลดโอกาสการเกิดโรคที่ติดต่อผ่านทางอาหารได้อย่างดีเยี่ยม
ผู้บริโภคสามารถเลือกผลิตภัณฑ์อาหารเสริมโพรไบโอติก (Probiotic) ที่มีคุณภาพ ทั้งผสมไปด้วยพรีไบโอติก (Prebiotic) ซึ่งเป็นอาหารหลักของโพรไบโอติก ทางเราขอแนะนำผลิตภัณฑ์ Winona Probio วิโนน่า โพรไบโอ ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์โพรไบโอติกคุณภาพสูง ผ่านกระบวนการห่อหุ้มโพรไบโอติกด้วยเทคโนโลยีไมโครเอนแคปซูเลชัน และมีกระบวนการรักษาผลิตภัณฑ์อย่างดีที่อุณหภูมิเย็น ดังนั้นจึงได้โพรไบโอติกในปริมาณที่เหมาะสมต่อร่างกาย และโพรไบโอติกสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงในร่างกาย
โปรไบโอติกแคปซูล โพรไบโอติกจุลินทรีย์มีชีวิตเจ้าแรกที่อยู่ในแคปซูลของคนไทยสูตรเฉพาะของ Winona Probio วิโนน่า โพรไบโอ โดยศูนย์ความเป็นเลิศทางด้านวิจัยโพรไบโอติก คณะแพทยศาสตร์ มศว ได้คิดค้นและพัฒนาโพรไบโอติกส์ (Probiotics) สายพันธุ์ไทย L. paracasei MSMC39-1 และ Bifidobacterium animalis TA-1 ซึ่งเป็นสายพันธุ์ท้องถิ่นที่คัดแยกพัฒนาและทดสอบในกลุ่มประชากรไทย จึงเหมาะกับสภาวะคนไทยมากที่สุด ด้วยคุณสมบัติที่ดีมากเป็นโพรไบโอติกแบบเชื้อเป็น เป็นจุลินทรีย์ที่มีชีวิตอยู่ในรูปแบบของแคปซูลที่พร้อมเข้าไปเติบโตยึดเกาะที่ผนังของลำไส้ ช่วยในการปรับระบบองค์รวมของสุขภาพได้ทันที
สนใจสั่งซื้ออาหารเสริมโพรไบโอติกจาก Winona Probio
หรือสอบถามรายละเอียดเกี่ยวกับโพรไบโอติก (Probiotic) เพิ่มเติมได้ที่
โทร. 02-108-8533
LINE@ : https://liff.line.me/1645278921-kWRPP32q/?accountId=winonaprobio
Facebook : https://www.facebook.com/WinonaProbioticsTH/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCr-jVGP41LxgcmL7343k2tA
E-mail: [email protected]
ขอขอบคุณข้อมูลจาก
1. งานวิจัย Lam, Tina I et al. “Probiotic Microorganisms Inhibit Epithelial Cell Internalization of Botulinum Neurotoxin Serotype A.” Toxins vol. 8,12 377. 16 Dec. 2016, doi:10.3390/toxins8120377
2. งานวิจัย Hamad, Gamal et al. “Detection of Clostridium botulinum in Some Egyptian Fish Products, Its Control In Vitro Using Citrus Leaves Extracts, and Applicability of Citrus limon Leaf Extract in Tuna.” Foods (Basel, Switzerland) vol. 12,7 1466. 29 Mar. 2023, doi:10.3390/foods12071466
3. เว็บไซต์ https://www.pobpad.com/botulism




