รีวิวจากลูกค้า ฟื้นตัวจากโควิด
กันยายน 29, 2022
วิโนน่า จับมือ ร้านยากรุงเทพ ส่งต่อองค์ความรู้ใช้ธรรมชาติรักษาธรรมชาติ ดูแลสุขภาพองค์รวมของคนไทยและสุขอนามัยน้องสาว โดยเภสัชกร 24 ชม.
พฤศจิกายน 23, 2022
เมื่อวันที่ 2 พ.ย. 2565 ที่ผ่านมา มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) ได้ลงนามสัญญาการถ่ายทอดเทคโนโลยีและอนุญาตให้ใช้สิทธิ ผลงานเชื้อจุลินทรีย์โพรไบโอติกสายพันธุ์ Bifidobacterium animalis TA-1 ซึ่งเป็นผลงานการพัฒนาสายพันธุ์ของ รองศาสตราจาร์ ดร.มาลัย ทวีโชติภัทร์ สังกัดคณะแพทยศาสตร์ และคณะนักวิจัย ให้กับบริษัท วิโนน่า เฟมินิน จำกัด เพื่อประโยชน์เชิงพาณิชย์ กระตุ้นการใช้จุลินทรีย์โพรไบโอติกไทย ลดการนำเข้าโพรไบโอติกจากต่างประเทศ และเพิ่ม GDPให้ประเทศไทยได้ดุลการค้าจากโพรไบโอติกสู่การต่อยอดผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่ช่วยสร้างสมดุลสุขภาพของคนไทยและลดภาระค่าใช้จ่ายการรักษาพยาบาลในอนาคต

นางนพรัตน์ สุขสราญฤดี ผู้ก่อตั้ง บริษัท วิโนน่า เฟมินิน จำกัดกล่าวว่า จากความร่วมมือในการลงนามสัญญากับทาง มศวเพื่อใช้สิทธิข้อมูลเทคโนโลยี จุลินทรีย์โพรไบโอติก (probiotics) สายพันธุ์ Lactobacillus paracasei MSMC 39-1 ซึ่งเป็นผลงานจากคณะนักวิจัยของ มศว ในปีที่ผ่านมาเพื่อพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์วิโนน่าและได้มีการเปิดตัวพร้อมวางจำหน่ายไปเมื่อต้นปี. 2565 นับว่าประสบความสำเร็จและได้รับผลตอบรับที่ดีเยี่ยมจากผู้บริโภค เนื่องจากผลลัพธ์จากการบริโภคที่เห็นผลในแง่ของสุขภาพที่ดีขึ้นในหลายระบบ โดยไม่ต้องใช้ยา อาทิเช่น ระบบย่อยอาหาร ระบบขับถ่าย ต้านอักเสบปรับภูมิคุ้มกัน ลดสารต้านอนุมูลอิสระ เป็นต้น ทำให้เชื่อมั่นต่อความสามารถของนักวิจัยไทยและเชื่อมั่นในคุณภาพของจุลินทรีย์ โพรไบโอติกสายพันธุ์ไทย ในโอกาสนี้ วิโนน่า ในฐานะผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ ยังคงมีเจตนารมณ์ร่วมกับคณะนักวิจัยของ มศว. ที่อยากเห็นคนไทยมีสุขภาพร่างกายที่สมดุล สมบูรณ์แข็งแรง ด้วยการบริโภคจุลินทรีย์โพรไบโอติกที่มีคุณภาพในปริมาณที่เหมาะสมและเพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย จึงเกิดความร่วมมือครั้งใหม่ในการลงนามเพื่อรับไลเซนส์เพื่อใช้ผลงานจุลินทรีย์โพรไบโอติกสายพันธุ์ Bifidobacterium animalisTA-1สู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ที่จะช่วยสร้างสมดุลแก่สุขภาพในระยะยาวแก่ผู้บริโภค ตามเจตนารมณ์ของแบรนด์วิโนน่าที่อยากช่วยให้คนไทยหลีกเลี่ยงการพึ่งพายา และลดสารเคมีเข้าในร่างกายเกินความจำเป็น
“ด้วยเทรนด์ของผู้บริโภคในปัจจุบันทำให้ในภาคอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพของไทยมีผู้ประกอบการรายใหม่ ๆที่สนใจในการนำจุลินทรีย์โพรไบโอติกมาพัฒนาเป็นส่วนประกอบในผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เชื้อจุลินทรีย์ โพรไบโอติกสายพันธุ์ไทย นอกจากจะช่วยเพิ่มดุลการค้าและลดการนำเข้าจากต่างประเทศ แล้วจุลินทรีย์โพรไบโอติกสายพันธุ์ไทย ซึ่งได้พัฒนาและทดสอบกับคนไทย จึงมีความคุ้นเคยกับคนไทยมากกว่า จึงมีศักยภาพและขีดความสามารถแข่งขันกับผลิตภัณฑ์จากต่างประเทศ และยังสามารถนำสายพันธุ์ของเราขยายตลาดไปยังกลุ่มเอเซียแปซิฟิกได้อย่างแน่นอน”นางนพรัตน์กล่าว




