
การมีชีวิตอยู่ของจุลินทรีย์ Probiotics กับความร้อน
เมษายน 21, 2023
โพรไบโอติก พรีไบโอติก ซินไบโอติก โพสต์ไบโอติก แตกต่างกันอย่างไร?
เมษายน 21, 2023
ผลิตภัณฑ์โพรไบโอติกเข้าไปทำงานในร่างกายได้ยังไง ?
เมื่อรับประทานผลิตภัณฑ์โพรไบโอติกเข้าไปแล้ว แคปซูลที่ห่อหุ้มโพรไบโอติกจะผ่านหลอดอาหาร กระเพาะอาหาร จากนั้นแคปซูลที่ห่อหุ้มโพรไบโอติกจะถูกย่อยสลายทำให้โพรไบโอติกไปยึดเกาะยังอวัยวะเป้าหมาย คือ ลำไส้เล็กหรือลำไส้ใหญ่ของเรานั่นเอง ดังนั้นแคปซูลที่ห่อหุ้มผลิตภัณฑ์โพรไบโอติกต้องถูกออกแบบมาอย่างดีว่าจะสามารถทนสภาพแวดล้อมก่อนรับประทาน ทนกรดในกระเพาะอาหารได้เพื่อนำโพรไบโอติกไปยังลำไส้ หลังจากนั้นเมื่อโพรไบโอติกออกมาจากแคปซูลได้แล้วโพรไบโอติกก็จะทำหน้าที่ตามความสามารถของโพรไบโอติกแต่ละสายพันธุ์ หน้าที่ของโพรไบโอติกมีหลากหลาย เช่น กระตุ้นระบบการย่อยอาหาร ปรับสมดุลจุลินทรีย์ในลำไส้ การสร้างเกราะป้องกันบริเวณเยื่อบุลำไส้ ยับยั้งการเกิดแบคทีเรียตัวร้าย ปรับระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย เป็นต้น หลังจากนั้นประมาณ 1 สัปดาห์โพรไบโอติกก็จะถูกขับออกมาทางอุจจาระ จึงเป็นคำตอบว่า ควรทานโพรไบโอติกเป็นประจำเพื่อทดแทน
เคยสังเกตมั้ยว่าแต่ละคนทานโพรไบโอติกตัวเดียวกัน ผลิตภัณฑ์เดียวกัน
แล้วได้ผลลัพธ์ที่ช้ากว่าคนอื่นๆ ?
ลองสังเกตว่าท่านมีปัจจัยเหล่านี้ในชีวิตประจำวันหรือไม่ ปัจจัยที่มีผลต่อโพรไบโอติกที่ทาน มีดังนี้
- ความเครียด
- การพักผ่อนที่ไม่เพียงพอ
- การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หรือสูบบุหรี่เป็นประจำ
- ทานอาหารไม่มีประโยชน์ (junk food) หรืออาหารรสจัดทุกวัน หรือเป็นประจำ
- ทานยาปฏิชีวนะ หรือยาฆ่าเชื้อแบคทีเรีย
- การออกกำลังกาย
- การเก็บรักษาโพรไบโอติกที่ไม่ตรงตามคำแนะนำ

ปัจจัยดังกล่าว เป็นตัวการสำคัญที่ทำให้โพรไบโอติกทำงานได้ไม่มีประสิทธิภาพ หรืออาจจะทำให้ตัวโพรไบโอติกสูญเสียได้ เช่น การรับประทานยาปฏิชีวนะหรือยาฆ่าเชื้อแบคทีเรียร่วมด้วย ยาจะมีฤทธิ์ไปยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรียตัวอื่นๆ รวมทั้งโพรไบโอติก การทานอาหารก็ส่งผลต่อค่า pH ในกระเพาะและลำไส้ หากค่า pH เปลี่ยนแปลงมาก อาจจะทำให้การเจริญเติบโตของโพรไบโอติกลดลง พฤติกรรมในชีวิตประจำวัน เช่น ความเครียด พักผ่อนไม่เพียงพอ ดื่มแอลกอฮอล์ ส่งผลให้ลำไส้เกิดความแปรปรวนและรบกวนการทำงานของโพรไบโอติกได้ และสิ่งที่ถูกมองข้ามคือการเก็บรักษาผลิตภัณฑ์โพรไบโอติกควรเก็บในอุณหภูมิเย็นตามคำแนะนำ
สรุปได้ คือ มนุษย์เราก็ต้องการที่จะรับประทานอาหารที่ดี โพรไบโอติกก็เช่นเดียวกัน การทานอาหารที่ดีเช่น ผักและผลไม้ ที่มีพรีไบโอติกเป็นส่วนประกอบ เช่น รากชิคอรี หัวอาร์ทิโชก กระเทียม หอมหัวใหญ่ หน่อไม้ฝรั่ง ผลไม้ เช่น กล้วย แอปเปิล และเมล็ดธัญพืชบางชนิด สามารถช่วยส่งเสริมให้โพรไบโอติกเจริญเติบโตได้อย่างเหมาะสมและทำหน้าที่รักษาระบบต่างๆ ในร่างกายตามความสามารถของแต่ละสายพันธุ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะฉะนั้นตัวผู้บริโภคเองและโพรไบโอติกต้องส่งเสริมซึ่งกันและกันเพื่อประสิทธิภาพการทำงานของโพรไบโอติกและสุขภาพที่แข็งแรงจากทั้งภายในสู่ภายนอก
จะรู้ได้ไงว่าร่างกายต้องการโพรไบโอติกสายพันธุ์ไหน ?
คุณสมบัติของจุลินทรีย์ตัวดีหรือโพรไบโอติกมีมากมาย อาจจะมากจนหลายๆ คนนึกไม่ถึงว่าโพรไบโอติกตัวแค่นี้จะสามารถช่วยได้ คุณสมบัติหลักๆ ของโพรไบโอติกทุกตัวหลายคนอาจจะทราบกันมาก่อนอยู่แล้ว เช่น กระตุ้นระบบการย่อยอาหาร ปรับสมดุลจุลินทรีย์ในลำไส้ การสร้างเกราะป้องกันบริเวณเยื่อบุลำไส้ ยับยั้งการเกิดแบคทีเรียตัวร้าย ปรับระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย แต่โพรไบโอติกบางสายพันธุ์นี้ยังมีคุณสมบัติพิเศษ ซึ่งผลิตภัณฑ์ต้องผ่านการทดสอบความสามารถและคุณภาพของโพรไบโอติกมาอย่างเข้มข้นก่อนนำมาขายสู่ท้องตลาด
โพรไบโอติกจุลินทรีย์มีชีวิตเจ้าแรกที่อยู่ในแคปซูลของคนไทยสูตรเฉพาะของ Winona Probio วิโนน่า โพรไบโอ โดยศูนย์ความเป็นเลิศทางด้านวิจัยโพรไบโอติก คณะแพทยศาสตร์ มศว ได้คิดค้นและพัฒนาโพรไบโอติกส์สายพันธุ์ไทย L. paracasei MSMC39-1 เด่นในเรื่องลดการอักเสบ และ Bifidobacterium animalis TA-1 เด่นในเรื่องการลดไขมัน ทั้งสองตัวยังคงมีคุณสมบัติหลักๆ ของโพรไบโอติก ซึ่งเป็นสายพันธุ์ท้องถิ่นที่คัดแยกพัฒนาและทดสอบในกลุ่มประชากรไทย จึงเหมาะกับสภาวะคนไทยมากที่สุด ด้วยคุณสมบัติที่ดีมากเป็นโพรไบโอติกแบบเชื้อเป็น เป็นจุลินทรีย์ที่มีชีวิตอยู่ในรูปแบบของแคปซูลที่พร้อมเข้าไปเติบโตยึดเกาะที่ผนังของลำไส้ ช่วยในการปรับระบบองค์รวมของสุขภาพได้ทันที
ในประเทศไทยปัจจุบันมีการตรวจหาจุลินทรีย์ในลำไส้ ผ่านการตรวจจากอุจจาระ คือ การตรวจ Gut microbiome DNA เป็นการตรวจวิเคราะห์เพื่อหาปริมาณจุลินทรีย์ต่างๆ ในร่างกายได้อย่างแม่นยำ และรู้ผลอย่างรวดเร็ว เมื่อผลออกแล้วสามารถวิเคราะห์ได้ว่าร่างกายของเรานั้นต้องการจุลินทรีย์ตัวดีโพรไบโอติกเพิ่มเติมหรือร่างกายของเรามีโพรไบโอติกเพียงพอแล้วหรือไม่ อีกทั้งยังสามารถทราบความเสี่ยง และสาเหตุของอาการเจ็บป่วยต่างๆ จากจุลินทรีย์ที่เสียสมดุล หรือผู้ที่รับประทานโพรไบโอติกอยู่แล้วก็สามารถเห็นได้ว่า ร่างกายและสุขภาพดีขึ้น จากการมีจุลินทรีย์ตัวดีเหล่านี้อยู่ในลำไส้ หากสุขภาพในลำไส้ดี สุขภาพร่างกายของเราก็จะดีขึ้นตามมา โดยหาตรวจง่ายๆ ได้ที่บ้านด้วยชุดตรวจ Winona Green Biome วิโนน่า กรีน ไบโอม ได้รับผลตรวจภายใน 20 วันทำการ ใช้เทคโนโลยี NGS (Next Generation Sequencing) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ล่าสุดและมีความแม่นยำ ส่งตรวจกับ GC Genome ซึ่งเป็นแลปที่ใหญ่ที่สุดของเกาหลีใต้และได้รับมาตรฐานระดับโลก
เรียบเรียงโดย นางสาวเบญจมาภรณ์ ภู่ปาน Candidate ph. D. (Molecular biology)





